ป็นความบาดหมางที่ฝังลึกไปกว่านี้ เขาทำได้เพียงสะกดข่มไว้เพียงเท่านั้น
“เฉินเฉียง เจ้าบอกว่าเจ้านั้นต้องการฆ่าพวกเขาอีกนับร้อยครั้ง ข้าขอถามจริงเถอะว่าพวกเขาทำอะไรผิด พวกเขาก็แค่ต้องการช่วงชิงแก่นโลหิตของเจ้าเพียงเท่านั้นไม่ใช่รึไง”
หากไม่ใช่ว่าเขานั้นต้องการรักษาสายสัมผัสกับสำนักเต่าดำอยู่ล่ะก็ เฉินเฉียงเองก็ไม่คิดจะตอบคำถามนี้แต่อย่างใด
“ผอ.เฉียน ไอ้เจ้านักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางสองคนที่เป็นอนาคตของเผ่าพันธุ์ที่ท่านว่ามานั้น หากพวกมันต้องการเพียงแก่นโลหิตที่ข้าถือครอง ข้านั้นยินดีที่จะยกมันให้เพื่อไม่ให้พวกเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ตั้งอาณานิคมอยู่ที่นั่นไม่ต้องเดือดร้อนแต่อย่างใด”
“แต่ท่านรู้รึเปล่า ไอ้สัตว์นรกสองตัวนั่นไม่เพียงจะต้องการแก่นโลหิตระดับราชาที่อยู่ในมือข้า แต่มันต้องการหัวของข้า….ไม่สิ มันบังคับข้าให้ตัดคอตัวเองด้วยซ้ำ แถมมันยังต้องการฆ่าปิดปากเผ่าพันธุ์เดียวกันที่อาศัยอยู่ในอาณานิคมเขาหมางกว่าสองพันชีวิต”
“สำหรับข้า สิ่งนี่ต่างหากที่เรียกว่าโหดร้าย”
“เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์นรกในคราบมนุษย์แบบนี้ ข้านั้นเพียงคิดอย่างเดียวว่าพวกมันตกตายง่ายเกินไปเพียงเท่านั้น”
“กับไอ้คนแบบนี้แล้วท่านยังกล้าเรียกพวกมันว่าอนาคตของเผ่าพันธุ์งั้นเหรอ”
“แต่สำหรับข้า พวกมันคือขยะของเผ่าพันธุ์ที่ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่”
“กับเรื่องนี้ นายพลที่ดูแลอาณานิคมเขาหมางที่ชื่อหลิงเว่ยนั้น ไม่สิ ทุกค