ฉียงในตอนนี้จะกลายเป็นระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางที่เปิดขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ได้แล้ว แต่เขาจะไปรับมือนักรบระดับราชาได้ยังไงกัน
เฉียนฝู่ได้รีบดึงเฉินเฉียงที่อยู่ข้างๆมาไว้ข้างหลัง และคิดจะใช้โอกาสนี้ให้เฉินเฉียงได้อธิบายออกมา “เฉินเฉียง เจ้าอย่าได้พูดไร้สาระ”
“ผอ.เฉียน ก็ข้าพูดความจริงนี่นา นี่ขนาดว่าหลินฟานถูกเปิดเผยแล้วว่าเขานั้นเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ไปแล้วก็ยังถูกปกป้องโดยการทำลายหลักฐานไปอีก ในแหวนของเขานั้นมีหลักฐานการก่ออาชญากรรมอยู่ด้วย”
“หลักฐานห่าเหวอะไรของเจ้าที่ว่ามันอยู่ในแหวนของเขากัน” หลัวเฟิงที่ยังคงยืนอยู่ได้ยื่นแหวนของหลินฟานแล้วถามออกมา “ถึงแม้ข้าจะรู้สึกเสียใจแต่ยังไม่ถึงขั้นเสียสติ แหวนของหลินฟานอยู่นี่ บอกข้ามาว่าหลินฟานเก็บหลักฐานอะไรไว้กับตัวกันแน่”
เฉินเฉียงไม่ได้รับแหวนวงนั้นมาแต่อย่างใด เขากลับมองไปยังหลัวเฟิงด้วยสายตาเอือมระอาและพูดออกมา “เพื่อไม่เห็นเกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก ข้าว่าจะดีกว่าถ้าให้ท่านนั้นเป็นคนนำของข้างในออกมาด้วยตัวเอง”
หลัวฟางนิ่งคิดไปเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดแหวนเพื่อพิสูจน์คำพูดของเฉินเฉียง เขาได้เทของข้างในออกมาจนหมด
“นั่นแหล่ะ”
เฉินเฉียงเมื่อได้เห็นของที่เทออกมาจึงได้รีบยื่นมือซ้ายไปหยิบแผ่นแก่นพลังงานขึ้นมา ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องประหลาดใจมากขึ้นเมื่อพบว่าความจริงแล้วหลินฟานนั้นมีแผ่นแก่นพลังงานเหลืออยู่ถึงสองแผ่น
แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะมันนั้น