ำการหลอมตีพลังงานสายเลือดที่อยู่ในร่างกายของเขา และนี่ยิ่งทำให้พวกมันไม่อาจทะลวงผ่านจุดชีพจรลับยิ่งขึ้น พวกมันจึงได้ถูกผลักออกมาเป็นออร่าที่ทรงพลัง
ในท้ายที่สุด ในตอนเย็นของการต่อสู้ในวันที่สองนี้ ออร่าของเฉินเฉียงก็ได้มาถึงขีดสุดเท่าที่ร่างจะรับไหว
เขาได้ตะโกนกู่ก้องออกมาลั่นท้องฟ้า ถึงแม้เสียงของเขาจะไม่ได้ออกมาจากมิติประลองแม้แต่น้อย แต่นี่ก็ทำให้หลินฟานที่กำลังต่อสู้อยู่นั้นต้องตกตะลึงในทันที
นั่นก็เพราะออร่าของเฉินเฉียงนั้นได้ราวกับว่ามันเป็นวัตถุที่ทรงพลังและพุ่งตรงเข้าไปโจมตีจิตใจอันหนักแน่นของหลินฟาน
-เกิดอะไรขึ้นกันแน่-
-ทำไมอยู่ๆทำไมเฉินเฉียงถึงได้ดูน่ากลัวขนาดนี้ฟะ-
หลินฟางในตอนนี้อยู่ๆก็นึกกลัวเฉินเฉียงขึ้นมาจับใจจนไม่กล้าแม้แต่นะสบตาเฉินเฉียงตรงๆ
แค่เพียงออร่าแต่กลับใช้การต่อสู้แบบนี้ได้ยังไงกัน
ในตอนนี้เฉินเฉียงกู่ร้องลั่นท้องฟ้าอย่าไม่ใส่ใจต่อสิ่งใด ความรู้สึกอัดอั้นภายในอกและอวัยวะภายในที่สั่งสมมาหนึ่งวันหนึ่งคืนราวกับได้ระบายออก และนี่ทำให้เฉินเฉียงรู้สึกราวกับว่าขยับตัวได้ง่ายขึ้น
เขารู้สึกว่าเขานั้นบังคับร่างกายได้ดีกว่าแต่ก่อนอย่างมาก
ท่ามกลางความรู้สึกดีใจอย่างที่สุดนี้ เมื่อเฉินเฉียงได้มองไปที่หลินฟาน เขารู้สึกได้ว่าในตอนนี้หลินฟานดูราวกับเตี้ยลงไปอย่างบอกไม่ถูก
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดอยากจะอธิบาย
ถึงแม้ว่าหลินฟานนั้นจะอยู่ในระดับนายพลวิญญาณเหมือนกับเข