า แต่เฉินเฉียงก็ยังรู้สึกได้ว่าเขาสามารถชนะหลินฟานได้อย่างไม่ยากเย็น
มันเป็นความรู้สึกมั่นใจที่ราวกับว่าเป็นต้นไม้ฝังรากไว้ในใจของเขาจนแน่นลึกจนไม่อาจจะถอนออกได้โดยง่าย
เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงได้นึกถึงคำพูดของราชาสวรรค์ขึ้นมา
-หรือนี่จะเป็นขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้กันนะ-
เขาจดจำได้ว่าหลังจากที่เขาโดนจับตัวไปโดยหยานเสวี่ยหลังจากไล่ฆ่าสายลับไปนั้น ราชาสวรรค์ได้พูดกับเขาอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าก่อนที่จะก้าวข้าวระดับขั้นการบ่มเพาะไปขั้นกลางนั้นเขาจะต้องไม่เร่งร้อนจนกว่าจะพบเจอขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้
ก่อนที่จะทะลวงผ่าน พลังงานสายเลือดจะต้องถูกกักเก็บเอาไว้ให้หนาแน่นที่สุด
และนี่จะทำให้บังเกิดออร่าพิเศษที่สามารถคุกคามศัตรูได้
และที่สำคัญที่สุดก็คือออร่าพิเศษนี้จะทำให้ศัตรูกลัวเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในตอนนี้ เว่ยหยวนตี้และคนอื่นต่างก็เห็นผลของออร่าของเฉินเฉียงเช่นกัน
“ท่านเว่ย ท่านสังเกตหรือไม่ว่าถึงแม้หลินฟานยังดูมีสภาพพอที่จะพร้อมสู้เฉินเฉียงได้อีกวันสองวันแต่เขากับดูราวกับเกรงกลัวขึ้นมา”
“ข้าก็เห็นเช่นกัน พี่เฉียน เมื่อไหร่กันที่สำนักเต่าดำมีเทคนิคการต่อสู้ระดับนี้งั้นรึ”
เฉียนฝู่ส่ายหน้าไปมาในทันทีอย่างงงๆและพูดออกมา “ท่านเว่ย นี่ไม่ใช่ทักษะของสำนักเต่าดำแต่อย่างใด”
“ท่านเว่ย ท่านอาจจะยังไม่รู้ เฉินเฉียงนั้นแต่เดิมก็แปลกประหลาดไม่เหมือนใครอยู่แล้ว หากนับจนถึงวันนี้เขาก็ถือได้ว่า