ยทอดคำพูดผ่านจิตสำนึกออกไป เขานั้นไม่ต้องการให้ผู้คนได้ยินคำพูดของเขา
เฉินเฉียงได้หันไปมองหลินฟาน เขาได้ผายมือตรงหน้าไปยังหลินฟานก่อนจะกวักเข้ามาและพูดออกไป “หลินฟาน ศิษย์สุดรักแห่งสำนักเสือขาว มาสิ พวกเรามาลงชื่อในสัญญาเป็นตายฉบับนี้กันก่อนมะ”
หลินฟานได้มองไปที่เฉินเฉียงด้วยท่าทีที่ยากจะบอกได้ก่อน หลังจากผ่านไปพักใหญ่เขาก็ได้พูดออกมา “เฉินเฉียง เจ้าคิดว่าข้านั้นจะรับคำท้าของเจ้ารึไงกัน เจ้ามั่นใจได้ยังไงว่าข้าจะรับน่ะ ฮะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า หลินฟาน นี่เจ้าต้องให้ข้าพูดดังกว่านี้รึไงกันเนี่ย ข้าบอกเลยว่าถ้าเจ้ารู้เหตุผลแล้ว เจ้าจะรีบวิ่งเข้าไปในลานประลองก่อนข้าซะอีก”
“ไม่เอาน่า…”
“ข้ารับรองได้เลยว่ายังไงซะเจ้านั้นก็อยากประลองกับข้ามากกว่าใครอยู่แล้ว”
หลังจากพูดจบ เขาก็ได้เดินไปยังลานพิธีก่อนที่จะลงชื่อในสัญญาเป็นตายและเดินเข้าไปในมิติประลองที่เว่ยหยวนตี้ได้เปิดมิติเอาไว้โดยไม่หันมามองแม้แต่น้อย
เฉินเฉียงนั้นเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเลในทุกย่างก้าวและการเคลื่อนไหว เป็นไปดังคำที่เขาว่าไว้ เขามั่นใจอย่างมากว่าหลินฟานนั้นจะยอมรับประลอง
อย่างที่คิด หลังเฉินเฉียงเข้าไปในสนามแล้ว หลินฟานกลัวเฉินเฉียงจะกลับคำจึงได้รีบลงนามและพุ่งตามเข้าไป
หลังจากหลินฟานเข้าไปในสนามประลองเป็นตายแล้ว เฉินเฉียงก็ได้หันกลับมองหลินฟานด้วยรอยยิ้ม
“เฉินเฉียง ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงว่าทำไมเจ้าถึงมั่นใจนักว่าข้าจะรับคำท้าของเจ้า”