แนนแล้ว ชีวิตของเรานั้นย่อมสำคัญกว่าสิ”
“ตราบใดที่เราสลัดไอ้หมูนรกนี่ออกไปได้แล้วไปช่วงชิงแต้มคะแนนจากศิษย์สำนักอื่น พวกเราก็น่าจะพอติดหนึ่งในสิบได้นา”
เฉินเฉียงที่วิ่งเคียงคู่ไปกับหลู่ฟางอย่างสบายอารมณ์นั้น เขาได้หันไปมองหมูเขี้ยวดาบข้างหลังที่อยู่ห่างไปประมาณสองร้อยเมตรเห็นจะได้ ยิ่งมอง เขาก็ยิ่งไม่อยากปล่อยแต้มคะแนนกว่าหนึ่งหมื่นนี้ไป
“ศิษย์พี่ใหญ่ หากข้าพบไอ้หมูบ้านี่คนเดียวข้าก็คงจะหนีไปเหมือนกัน แต่ในเมื่อตอนนี้พวกเราสองคนมาเจอกัน ตราบใดที่เราร่วมมือก็น่าจะมีโอกาสฆ่ามันได้อยู่นา”
หลู่ฟางที่ได้ยินก็เริ่มมีความสนใจแผนนี้ขึ้นมา “ศิษย์น้อง ระดับการบ่มเพาะของเจ้าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
ด้วยการที่เฉินเฉียงนั้นแม้ใช้เคลือบร่างด้วยเกราะพลังงาน แต่พลังงานของเขานั้นไร้สี นี่ทำให้หลู่ฟางไม่อาจเห็นระดับการบ่มเพาะของเฉินเฉียงได้
“พึ่งจะเปิดจุดตันเถียนลับที่สิบสองได้น่ะ” เฉินเฉียงตอบอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อเห็นว่าหลู่ฟางยังลังเล เฉินเฉียงก็ได้พูดตอกย้ำไปอีกหน่อย “ศิษย์พี่ใหญ่ ขนาดท่านยังถูกมันไล่มาสองวัน หากเป็นแบบนี้ต่อไป พลังของท่านต้องหมดลงก่อนจะหนีได้อย่างแน่นอน”
“แล้วดูไอ้หมูนั่นสิ มันยังดูถึกอยู่เลย”
“เมื่อถึงตอนนั้น หากพวกเราโดนมันไล่ทันก็ไม่มีทางเลือกอื่นกดปุ่มดีดตัวออกจากที่นี่ หากเป็นแบบนั้นจริงสำนักของเราต้องเสียหายอย่างหนักแน่ๆ”
“แต่….” หลู่ฟางพูดออกมาอย่างลังเล และในที่สุดก็ได้พูดออ