ากหลู่ฟาง ส่วนหลู่ฟางก็ลดความเร็วในการวิ่งลง
หมูป่าเขี้ยวดาบนั้น หลังจากเจอธนูของเฉินเฉียงไปหนึ่งทีแล้วมันก็คำรามออกมาด้วยความโกรธก่อนที่จะเร่งความเร็วขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อมันรับรู้ว่าเฉินเฉียงและหลู่ฟางแยกทางกัน มันก็ได้เลือกที่จะไล่ตามเฉินเฉียงไปอย่างไม่ลังเล
หากว่าไม่ใช่เพราะลูกธนูของเฉินเฉียงเมื่อครู่ มันเชื่อว่าอีกไม่นานมันก็จะได้กินอาหารอันโอชะตรงหน้าไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือ ระดับบ่มเพาะของเฉินเฉียงที่มันรับรู้ได้นั้นอ่อนแอกว่าหลู่ฟางอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปไม่นานมันก็ค้นพบว่าตัวเองคิดผิดไป
แม้เฉินเฉียงนั้นจะมีระดับการบ่มเพาะที่ไม่สูงมาก แต่ความเร็วนั้นกลับสูงล้ำ
เมื่อเห็นแบบนี้ หมูเขี้ยวดาบจึงไม่มีทางเลือกทำได้เพียงวิ่งตามหลู่ฟางไปอีกครั้ง
ในตอนที่ทั้งสองแยกกันไปนั้น เมื่อหลู่ฟางพบว่าหมูป่าวิ่งตามเฉินเฉียงไป เขารีบกลับตัววิ่งไล่ตามหมูป่าไปในทันที
เขานึกไม่ถึงว่าหลังจากวิ่งตามไปได้เพียงไม่กี่นาที หมูป่าได้หันหลังกลับมาและพุ่งตรงเข้ามาที่เขา ใบหน้าของหลู่ฟางเปลี่ยนไปราวกับกำลังผจญหน้ากับหนังชีวิต
เขานั้นต่อสู้กับหมูป่าเขี้ยวดาบตัวนี้มามากมายหลายครั้งแล้วทำให้เขารู้ว่าเขาทำอะไรมันไม่ได้ แต่ในขณะที่เขากำลังจะเอี้ยวตัวกลับไป เขาก็เห็นเฉินเฉียงง้างธนูและยิงใส่หมูป่าเขียวดาบอีกครั้ง
เมื่อหมูป่าเขี้ยวดาบสัมผัสได้ถึงลมกรรโชกจากด้านหลัง มันไม่มีทางเลือกทำได้เพียงหันหลังกลับไ