องเขาเพ่งรวม แสงวิชาอีกสายก็พลันปรากฏ!
แสงสีชมพูระเรื่อ ส่องประกายขึ้นจากกายา พร้อมกลิ่นหอมพิสดารแผ่ซ่านออกมาในทันใดกลิ่นนั้นหอมรัญจวนจนผู้คนหลงใหล สะกดทั้งกายใจให้เคลิบเคลิ้ม แม้แต่เจ้าแห่งศาสตราและหว่านจินกงที่เคยมั่นคงนัก ยังสั่นไหวไปตามแรงกลิ่นนั้น คล้ายจะเสียการควบคุม!
นี่คือวิชาเทพสายใหม่!
“มันมอบให้ข้าจริง ๆ… รางวัลหลังจากฝ่าด่านสำเร็จ!”“ยิ่งกว่านั้น…ดูเหมือนว่าวิชาที่ได้รับจะแตกต่างกันไปตามวิธีที่ใช้ฝ่าด่านเสียด้วย!”
ชื่อของมันคือ…“แก่นแท้แห่งมวลบุปผา”
ตามการตอบกลับของสวรรค์แห่งความมิมี, นี่คือระดับสูงสุดนั่นย่อมเป็นเพราะข้ารักษาจิตแน่วแน่ ก้าวข้ามสิ่งล่อใจทั้งปวงได้ การกระทำนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใดก็ทำได้
อันดับรองลงมาคือวิชาเทพที่ชื่อว่า“จิตไม่หวั่นไหว”
และอันดับต่ำสุด… คือ“ทัศนะกระดูกขาว”
“ทัศนะกระดูกขาว” วิชาเทพลำดับต่ำสุด…
‘สามวิชาเทพ สามวิถีฝ่าด่าน’‘ระดับสูงสุดคือข้า แน่วแน่ต้านสิ่งล่อใจ’‘รองลงมาคือการประคองจิตตนไม่ไหวเอน’‘ต่ำสุด…คือการสังหารล้างบางจนหลุดพ้น’
ยิ่งลวี่หยางครุ่นคิด ก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ
‘องค์ประกอบเหล่านี้ชัดเจนราวกับถูกจัดวางอย่างมีโครงสร้าง ราวกับมีผลต่อการบรรลุตำแหน่งมรรคผล…’
‘หากทุกคนล้วนเข้าสวรรค์แห่งความมิมีนี้ ฝ่าด่านทั้งห้าเพื่อฝึกตน เช่นนั้น “ผลแห่งสวรรค์แห่งความมิมี” ก็อาจถือกำเนิดขึ้นจริง!’
แต่เพียงพริบตาถัดมา ดวงตาของเขาก็หรี่ลง พร้อมประกายแห่ง