น “ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก”
เป็นตอนนี้ที่เจิ้งยี่ได้มองเฉินเฉียงด้วยสายตายั่วยุก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของผอ.ไป
ไม่นาน ทั้งเฉินเฉียงและเจิ้งยี่ก็ได้เข้าไปในห้องบ่มเพาะที่ดีที่สุดของสำนักมังกรอาชูร่าแทบจะพร้อมกัน
“ผอ.ซุน ท่านคิดว่าเฉินเฉียงนั้นจะชนะเจิ้งยี่ในงานประลองสี่สำนักได้รึเปล่า”
“ก็พูดยากอยู่นา” ซุนไคเขม่นตาลงข้างหนึ่งก่อนจะพูดออกมา “หากวัดกันที่ระดับการบ่มเพาะ เจิ้งยี่นั้นมองยังไงก็แข็งแกร่งกว่าเฉินเฉียงอย่างมาก”
“แต่เฉินเฉียงนั้นเป็นคนที่สั่นคลอนท่าทีอันเยือกเย็นของไอ้เฒ่าเฉียนได้เลยนา นี่แสดงว่าตัวเด็กนี่เป็นอะไรที่ไม่อาจประมาทได้เลยสักนิด”
“หากว่าเฉินเฉียงนั้นบรรลุระดับขั้นนายพลวิญญาณขั้นกลางได้ในหนึ่งเดือนนี้ นี่จะถือว่าเจิ้งยี่นั้นมีศัตรูตัวฉกาจอย่างแน่นอน”
“ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วทำไมท่านถึงยังยอมให้เฉินเฉียงใช้ห้องบ่มเพาะที่ดีที่สุดของเราอีกล่ะ นั่นมันเทียบเท่ากับการขุนศัตรูของสำนักเราเลยนะนั่น”
“รองผอ. เจ้าพูดผิดแล้ว”
ซุนไคได้พูดออกมาด้วยท่าทีที่จริงจัง “ข้าเองย่อมหวังให้เจิ้งยี่นั้นได้ที่หนึ่ง แต่เฉินเฉียงเองนั้นได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับสำนักของพวกเราอย่างมาก ทำความดีย่อมได้ความชอบ นี่คือเรื่องที่ชอบธรรมแล้ว”
“อีกอย่าง เฉินเฉียงในตอนนี้นั้นคือขุนพลของเผ่าพันธุ์มนุษย์เราแล้ว การส่งเสริมให้เขาแข็งแกร่งขึ้น นี่ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อเผ่าพันธุ์ของเราอย่างมหาศาล”
“พวกเราไม่สมควร