นจะสงบสติอารมณ์ดีก็อารมณ์พุ่งขึ้นสูงปรี๊ดอีกครั้ง เขาได้ตะโกนใส่กำไลสื่อสารในมือออกมา “บอกซุนไคให้มันฟังให้ดี หากว่ามันกล้าแตะต้องศิษย์สำนักเต่าดำที่มีความสามารถเลิศล้ำเช่นเจ้า ข้าจะเล่นงานมัน ต่อให้ข้าจะต้องหลุดจากตำแหน่งผอ.ก็ยอมโว้ยยยย….. แล้วก็……”
“ฮึ่มมมม”
ยังไม่ทันที่เฉินเฉียงจะได้พูดอะไรออกมา ซุนไคที่ตอนนี้โกรธจนควันออกหูก็ได้หยิบกำไลสื่อสารของเฉินเฉียงที่มีเสียงโวยวายอยู่นี้แล้วเขาก็ได้ตัดสายไป
เฉินเฉียงในตอนนี้ได้มองไปที่ซุนไคที่มีสภาพไม่ต่างไปจากเครื่องโม่แป้งที่มีเสียงขบเบียดออกมาจากปากอย่างดังลั่นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เขานั้นไม่รู้เลยจริงๆว่าคนใหญ่คนโตแห่งสำนักมังกรอาชูร่าผู้นี้คิดจะทำยังไงกับเขาต่อไป
หลังจากผ่านไปสักสิบห้านาทีเห็นจะได้ ซุนไคที่นิ่งคิดอยู่นานก็ได้ปิดกำไลสื่อสารของตนและกำไลสื่อสารของเฉินเฉียงที่ดังระงมแต่ไม่ได้ถูกรับสาย
“ฮี่ฮี่ฮี่ ในที่สุดก็เงียบสักที” ซุนไคได้ตบมืออย่างพึงพอใจประหนึ่งได้เอาคืนคู่กัดได้อย่างเจ็บแสบ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆหันหน้าไปมองเฉินเฉียงอีกครั้ง
“…..เอ่อ ผอ. ซุน…ผอ.เฉียนก็พูดออกมาแล้ว ตอนนี่ท่านก็น่าจะเชื่อได้แล้วว่าข้านั้นเป็นศิษย์สำนักเต่าดำได้แล้ว….ไม่ใช่รึ”
ซุนไคได้ยื่นมือขึ้นมาและส่ายนิ้วของตนไปมา “จุ๊จุ๊จุ๊ ยังหรอกน่า นี่มันก็แค่แสดงออกมาว่าเจ้าเคยเป็นศิษย์สำนักเต่าดำเท่านั้น แต่มันไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเจ้านั้นคือศิษย์สำนักเต่าดำใ