ัญชาการสูงสุดได้ยกมือขึ้นห้ามปราม “หยวนตี้ เจ้าก็อยู่ที่นี่ได้มาสี่ห้าปีแล้ว ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินว่าเจ้ามีหลานเหลินที่ไหน เรื่องนี้มันยังไงกัน”
“ท่านผู้บัญชาการสูงสุดยังคงจดจำเพื่อนรักของข้า เฉินเทียนเว่ยได้หรือไม่”
ผู้บัญชาการสูงสุดได้ตอบออกมา “แน่นอน เจ้าแปดคนนี้เองแต่เดิมก็ควรจะเป็นคนของเฉินเทียนเว่ยเช่นเดียวกัน เฉินเทียนเว่ยนั้นคือฮีโร่แห่งยุค แต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าเขาจะหลงเหลือคนเพียงน้อยนิดนัก นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้ข้าเศร้าใจ”
“ใช่แล้วครับ จางหยวนและคนเหล่านี้คือคนที่หลงเหลือของกองกำลังของเฉินเทียนเว่ย และข้าได้ส่งพวกเขาไปทำภารกิจที่ทะเลแดนใต้”
“แต่ตอนที่เขาจากไปนั้นมีเก้าคน และคนที่….ตกตายไปคือหลานชายของข้า ลูกชายเพียงคนเดียวของเฉินเทียนเว่ย เฉินเฉียง”
“ฮะ ลูกชายคนเดียวของเฉินเทียนเว่ย…เฉินเฉียงนั่นน่ะรึ นี่เขายังมีชีวิตอยู่เหรอ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้”
ผู้บัญชาการสูงสุดได้ยืนขึ้นมาในทันที หลังจากนั้นเขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก “พวกเรานั้นสมควรที่จะส่งทายาทเพียงคนเดียวของฮีโร่แห่งยุคสมัยไปเสี่ยงชีวิตโดยง่ายแบบนั้นหรือ หยวนตี้ เจ้านี่ช่างโง่งมนัก”
“รายงานท่านผู้บัญชาการสูงสุด ท่านผู้การแห่งกันหนัน เฉินเฉียงนั้นเขายินดีที่จะเข้าร่วมสงครามแดนใต้ครั้งนี้จริงๆ ไม่ได้ไปโดยใจที่ไม่อยากแต่อย่างใด ต่อให้เขาตายก็ไม่เสียดายที่ไปที่นั่น”
“แล้วก็ นี่ คือจดหมายจากนายพลหลิ