นหรือครับ”
“แน่นอน ถึงแม้จะผ่านมาสิบเจ็ดปีแล้วก็ตาม ในเมื่อข้ารู้ว่าทายาทของน้องชายข้ายังมีชีวิตอยู่ มีหรือที่ข้าจะปล่อยให้เขาไปอยู่กับคนอื่น”
“แต่นี่มันก็ไม่รู้ว่าจะช้าไปรึเปล่าเหมือนกัน ตอนนี้เด็กนั่นเองก็โตขึ้นมากและดิ้นรนจนเข้าไปอยู่ในสำนักเต่าดำได้ด้วยตัวเอง แถมในตอนนี้เขาเองก็ถือว่าเป็นสมาชิกของกองกำลังเทียนเว่ยไปแล้วอีกด้วย”
“ตัวเขาในตอนนี้ทรงพลังไม่น้อยหน้าพ่อของเขาเลยสักนิด ความจริงข้าเองก็ไม่คิดว่าเขาเองก็จะเจริญตามรอยผู้เป็นพ่อและเข้าร่วมกองกำลังเดียวกัน นี่ราวกับว่าพระเจ้าได้กำหนดเอาไว้แล้วเสียจริงๆ”
“ท่านผู้การ ไม่ได้เป็นอันขาด ท่านห้ามไม่ให้ทายาทของผู้การเทียนเว่ยอยู่ข้างกายท่าน”
โดยไม่คาดคิด หลังจากลีปิงได้ยินคำพูดบ่นของเว่ยหยวนตี้แล้วเขากลับแสดงจุดยืนออกมาแบบนี้ แต่ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังของลีปิงแล้วทำให้เว่ยหยวนตี้อดที่จะสงสัยไม่ได้ในทันที
“ลีปิง นี่เจ้าพูดเรื่องไร้สารอะไรกัน”
“นี่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าผู้การเทียนเว่ยนั้นช่วยพวกเราไว้จึงมีพวกเราอยู่ในทุกวันนี้”
“แล้วการที่ข้าจะช่วยเฉินเฉียงให้ได้ดิบได้ดีนี่มันผิดนักรึไง”
เมื่อเห็นเว่ยหยวนตี้แสดงความโกรธออกมา ลีปิงได้คุกเข่าลงหนึ่งข้าง ก่อนที่จะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งลึก “ท่านผู้การ ข้า ลีปิง รับใช้ท่านมากว่ายี่สิบปี แน่นอนว่าข้าย่อมรู้ดีว่าท่านและผู้การเทียนเว่ยมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นขนาดไหน”
“และข้าก็จดจำบุญคุณที