จริงรึเปล่า”
เมื่อเว่ยฉิงเชินได้ยิน เธอได้ส่ายหัวไปมาก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ “พี่ใหญ่เฉินเฉียง ถึงแม้มันควรจะเป็นแบบนั้นก็จริง แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่เขาลือกัน”
“ถึงแม้ว่าตัวข้านั้นต่อให้เปิดจุดชีพจรลับทั้งสามสิบหกจุดเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ว่าไว้จริง แต่นั่นจะทำให้พลังสายเลือดภายในตัวข้านั้นเจือจางและจะส่งผลต่อความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของข้าได้โดยตรง”
“เฉกเช่นดั่งตอนที่เราสองคนร่วมมือกันสู้กับถูหมั่นเทียน ถูหมั่นเถียนนั้นสมกับเป็นคนที่มีระดับการบ่มเพาะระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางที่เกิดจากขัดเกลาแท้จริง ส่วนในตอนนั้น ข้าเองพึ่งจะเปิดจุดชีพจรลับที่สิบสามได้เท่านั้น”
“ถึงแม้จะบอกว่าเป็นระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางเหมือนกัน แต่หากดูที่ความแข็งแกร่งในการต่อสู้แล้ว ข้าเองก็ไม่ได้ต่างจากนายพลวิญญาณขั้นต้นเลยด้วยซ้ำ”
“ถ้าในวันนั้น ท่านไม่ตัดสินใจช่วยข้าไว้ ข้าเกรงว่าข้าคงไม่อาจฆ่าเจ้าโจรใจทรามนั่นได้ และต้องตกตายด้วยน้ำมือมันอย่างแน่นอน”
หลังจากพูดจบ เว่ยฉิงเชินก็ราวจะนึกอะไรบางอย่างได้ เธอก้มหัวของเธอเล็กน้อยและถามออกมาอย่างกระมิดกระเมี้ยน “ว่าแต่……..พี่ใหญ่เฉินเฉียง ในวันนั้นที่เราสู้กับถูหมั่นเถียน ถึงแม้ต้องเผชิญหน้ากับนายพลวิญญาณแบบนั้น แต่ท่านที่อยู่ในระดับทหารขั้นสูงในตอนนั้น ท่านทำยังไงถึงสามารถทำลายเกราะพลังงานของมันได้กัน”
คำพูดของเว่ยฉิงเชินนั้นได้ทำให้เหล่าสมาชิกกองกำลั