งเทียนเว่ยที่เมาหยำเปกันอยู่นั้นต่างก็ตกตะลึงกันในทันที พวกเขานั้นไม่เคยคิดกันมาก่อนว่าเฉินเฉียงนั้นจะทรงพลังได้ถึงขนาดนั้น
แถมจากที่ฟังมา เฉินเฉียงในตอนนั้นเองก็ยังมีระดับการบ่มเพาะเพียงระดับทหารขั้นสูงเท่านั้น
“เฉินเฉียง นี่….แม้แต่ในตอนนั้นระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางก็ยังไม่ใช่คู่มือของเจ้างั้นเหรอ ยิ่งฟังข้าก็ยิ่งคิดว่าความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้นี่ไม่ใช่ว่าสมควรจะได้รับธงพลได้แล้วยังไงก็ไม่รู้”
จางหยวนนั้นมีข้อตกลงห้าปีกับเฉินเฉียงอยู่ ซึ่งในตอนนั้นเป็นเพราะเขามั่นใจในระดับการบ่มเพาะของตนเองและความแข็งแกร่งในการต่อสู้ แต่ในตอนนี้ เมื่อเขาได้ฟังคำพูดเมื่อครู่ เขาเริ่มรู้สึกไม่คู่ควรขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เฉินเฉียงได้ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณว่าปฏิเสธความคิดนี้ในทันทีและพูดออกมา “มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดแม้แต่น้อย ในตอนนั้นมันเป็นเพราะถูหมั่นเถียนประมาทศัตรูเกินไปเพียงเท่านั้น”
“ส่วนที่ว่าทำลายเกราะพลังงานของถูหมั่นเถียนได้นั้น นั่นก็เป็นเพียงผลของทักษะที่พวกท่านก็ได้เห็นไปก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงมันจะดีกว่า”
“ฮะ พวกเราเห็นมาแล้ว” จางหยวนและคนอื่นๆเมื่อได้ยินก็งุนงงกันไปอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาจึงรีบถามออกมา “น้องชายเฉินเฉียง เจ้าพอจะบอกหน่อยได้รึเปล่าว่าเป็นทักษะไหนของเจ้า ทำไมพวกเราถึงจำมันไม่ได้กัน”
เว่ยฉินเชินเองก็เปิดตาอันกลมโตสดใสพร้อมเงี่ยหูฟังในทันที
แต่นี่กลับทำให้เฉ