ี่เจ้านั้นเหมือนเขานัก”
“หากว่าข้ารู้ว่าเจ้ายังอยู่ ข้าคงไปรับเจ้ามาอยู่กับข้าตั้งนานแล้ว”
“หลานชาย บอกลุงเว่ยผู้นี้ทีสิว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เจ้ามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ที่ข้าจดจำได้นั้นก็คือเจ้าได้หายตัวไปหลังจากพ่อของเจ้าตกตายลง”
เว่ยหยวนตี้ได้จับมือของเฉินเฉียงให้นั่งลงและรอคอยคำตอบ
เฉินเฉียงได้นึกถึงความหลังที่ผ่านมาเท่าที่เขาจะพอดึงความทรงจำมาได้ก่อนที่จะพูดออกมา “เรียนท่านผู้การ ข้า…”
“เอ้….เจ้านี่ มาเรียกผู้กงผู้การอะไรกัน เรียกค่าว่าลุงเว่ย หลานชาย เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนนั้น ข้าเองก็เคยเป็นผู้การคนหนึ่งที่ตึกจอมพลเหมันต์จันทราเช่นเดียวกัน พ่อของเจ้าเองก็เป็นผู้การคนหนึ่ง พวกเราสนิทกันเหมือนดั่งพี่น้อง ดังนั้น อย่าได้ทำกับข้าเป็นคนนอกเป็นอันขาด”
“เป็นเช่นนั้น”
เฉินเฉียงนั้นไม่คิดมาก่อนว่าพ่อของตนนั้นจะมีพี่น้องผู้ผ่านสมรภูมิรบที่ทรงพลังขนาดนี้ และนี่ทำให้เฉินเฉียงรู้สึกผ่อนคลายลง
“ลุงเว่ย ข้าถูกช่วยเอาไว้ปู่ซุนผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นข้าก็ได้อาศัยอยู่ในอาณานิคมเขาหมางในฐานะของสมาชิกทีมเก็บกู้ซากศพ เป็นสี่เดือนก่อนเท่านั้นที่ปู่ซุนได้ตกตายในคมปากของสัตว์ประหลาด และหลังจากนั้นข้าจึงได้ไปยังสำนักเต่าดำ”
“ซุน…..ซุนต้าฮู่นั่นน่ะรึ โอ้ ข้ายังจำเขาได้ เขาเองเป็นองครักษ์ที่คอยอยู่ข้างกายพ่อของเจ้าเสมอ ข้าไม่คิดเลยว่าเขาต้องมาตกตายอย่างน่าอนาถเช่นนั้น”
เว่ยหยวนตี้ได้ถอดถอนลมหายใจ ก่อน