ดือน และนี่ทำให้มันอร่อยแบบสุดๆ”
ในขณะที่เธอพูด เธอก็ได้ตักเนื้ออัลบาทรอสขี้เมาใส่ในชามของเฉินเฉียง
“น้องฉิงเชิน เจ้าก็กินด้วยกันสิ”
เป็นอีกครั้งที่เฉินเฉียงต้องกระดากเล็กน้อยกับการเรียกแบบนี้ซึ่งในครั้งนี้เป็นเว่ยฉิงเชิน ในมุมมองของเฉินเฉียงนั้น ถึงแม้เว่ยฉิงเชินจะอายุมากกว่าและตัวเธอนั้นเปรียบได้ดั่งนางฟ้าในแดนสวรรค์ แต่ด้วยการที่พ่อทั้งสองสนิทสนมกันจนนับถือกันเป็นพี่น้องและพ่อของเธอก็นับถือพ่อของเฉินเฉียงเป็นพี่ชายคนหนึ่ง นี่จึงทำให้เธอนั้นได้นับถือเฉินเฉียงว่าเป็นพี่ใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว
จางหยวนและคนอื่นๆเองเมื่อเห็นเว่ยฉิงเชินตักอาหารให้เฉินเฉียงก็อดที่จะมองด้วยสายตาแหย่ๆเสียไม่ได้ แต่เพียงไม่นาน ทุกคนต่างก็หันไปสนใจอาหารที่กองอยู่ตรงหน้า
“ว้าว อย่างที่คิดจริง เตกีลานี่สุดยอดอย่างไม่ต้องสงสัย อ่า….นี่ข้ายังไม่รู้สึกหนำใจเลยนะ”
เมื่อเห็นหลางซานเอ๋อมีท่าทีเสียดาย เว่ยฉิงเชินก็ได้เรียกเจ้าของร้านมาและพูดออกมา
“คุณเจ้าของร้าน นำเตกีลานี่มาให้เพื่อนของข้าอีกคนละยี่สิบไหนะ”
“ฮี่ฮี่ฮี่ ต้องขอบคุณคุณหนูเว่ยจริงๆ” เมื่อหลางซานเอ๋อได้ยินก็รู้สึกมีความสุขแบบสุดๆ “ในครั้งนี้ต้องขอบคุณน้องชายเฉินเฉียงแล้ว เตกีลายี่สิบไหนี้พอที่จะทำให้ข้ามีของดีๆดื่มได้อีกเป็นเดือนๆ”
“ข้าเองก็ต้องขอบคุณน้องชายเฉินเฉียงเช่นเดียวกัน แต่ข้าก็ไม่คิดจะลืมขอบคุณท่านผู้การแห่งกันหนันและผู้การหลินเฟิงด้วยเช่นกัน”
“เห