ินล่ะ? เหตุใดไม่ลงมือเสียที? ยมทูตตัวเบ้อเร่อบุกเข้ามาในทะเลจิตสำนึกของข้า พวกเขามองไม่เห็นเลยหรือยังไง!?’
สหายรบล่ะ? หายหัวกันหมดหรืออย่างไร? มาช่วยกันหน่อยเซ่!
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ยมทูตก็ราวกับอ่านความคิดในใจของลวี่หยางออก มันหัวเราะเย็นเสียงต่ำแล้วว่า
“อย่าได้หวังลมๆ แล้งๆ ขณะนี้ ไม่มีใครช่วยเจ้าได้แล้ว”
“ตั้งแต่ยามข้าตื่นขึ้น ข้าก็ได้นำศิลาเผาเวลามากางออก บัดนี้ในทะเลแห่งจิตสำนึกของเจ้า แม้เวลาภายนอกจะผ่านไปเพียงลมหายใจเดียว แต่ในที่นี้อาจล่วงเลยไปแล้วนับล้านปี ต่อให้มีใครออกมือช่วยเจ้า เวลาก็สายเกินแก้ เจ้าในตอนนั้นคงถูกความเปลี่ยวเหงาที่นี่กัดกร่อนจนละทิ้งความคิดไปหมดแล้ว”
สิ้นเสียงคำกล่าวของมัน ยมทูตก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องเผยสีหน้าหวาดหวั่น
ทว่า สิ่งที่ตอบโต้มันกลับมา…กลับเป็นสายตาร้อนแรงปนโลภของลวี่หยางที่ฉายประกายสนใจล้นเหลือ
‘ถึงกับมีเคล็ดวิชาเช่นนี้ด้วยรึ’
ลวี่หยางรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งล้านปีเพียงชั่วหนึ่งความคิดกลวิธีทั้งหลายของยมทูตตัวนี้ ล้วนละทิ้งกายเนื้อ มุ่งหมายจัดการวิญญาณโดยเฉพาะ
เรื่องนี้…สอดคล้องกับตำแหน่งมรรคผลใดกัน?
‘…ยมโลก!’
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ลวี่หยางก็ตื่นเต้นจนแทบกดกลั้นไม่อยู่
ทั่วหล้าในยามนี้ ยังไม่เคยมีผู้ใดฝึกฝนวิถียมโลกมาก่อน ตัวเขาเองนี่แหละคือคนแรกที่ได้เห็นด้วยตา!
แล้วฝึกฝนมาได้อย่างไร?
‘พลังเวทของเจ้าสัตว์ประหลาดนี่แปลกประหลาดยิ่ง ก่อนหน้านี้แม