ี่เพื่อทำภารกิจ”
ทั้งสองได้พูดคุยกันไประหว่างทาง
เฉินเฉียงได้พยักหน้ารับและพูดออกมา “ก็จริงที่ข้ารับภารกิจมาจากสำนักแต่ข้าไม่ได้คิดจะทำมันและกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่อาณานิคมเขาหมางระหว่างทางก่อนที่จะตรงมาที่นี่”
“เหลวไหลสิ้นดี”
จางหยวนอดไม่ได้ที่จะดุออกมาเมื่อได้ยิน “เฉินเฉียง เจ้าบอกกับข้าเองนะว่าจะมาเข้าร่วมกองกำลังเทียนเว่ยและต้องการสู้กับข้าเพื่อชิงธงนายพลเทียนเว่ยหลังเรียนจบจากสำนัก เจ้าลืมไปแล้วรึไง”
“ข้าย่อมไม่มีทางลืม” เฉินเฉียงได้ตอบกลับออกมาด้วยท่าทางจริงจัง “สิ่งที่ข้ากล่าวไปแล้วข้าย่อมทำมันให้จงได้ แต่ในตอนนี้ข้าถูกบังคับอย่างเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น”
“เจ้าหมายความว่ายังไง”
“ข้าได้รับแก่นโลหิตระดับราชามาจากผอ.เฉียน และคนอื่นๆในสำนักเองก็รู้เรื่องนี้ ระหว่างทางข้าเองก็ถูกไล่ล่าจากคนในสำนักมาโดยตลอด ข้าไม่มีทางเลือก เพื่อเลี่ยงการปะทะพวกนั้นข้าจึงต้องหนีออกมา”
เฉินเฉียงได้อธิบายประสบการณ์ที่ผ่านมาระหว่างทางของเขาอย่างไม่ปิดบังรวมถึงเรื่องแก่นโลหิตระดับราชา นี่แสดงให้เห็นว่าเข้าเชื่อใจว่าคนอย่างจางหยวนย่อมไม่คิดแย่งเขาไปอย่างแน่นอน
“หะ ผอ.เฉียนมอบแก่นโลหิตระดับราชากับเจ้าเนี่ยนะ นี่เจ้าไปรู้จักคนระดับเขาด้วยเหรอ ไม่สิ เขาสกุลเฉียนและเจ้านามสกุลเฉินนี่หว่า ถ้างั้น…..”
“เฮ้เฮ้เฮ้ นี่ท่านคิดไปถึงไหนเนี่ย” เฉินเฉียงเหลือกตามองจางหยวนในทันทีก่อนที่จะพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าแค่บั