จะเงยหน้าขึ้นมามองดูโดยรอบ ทุกคนก็ทำท่าราวกับอยากจะเห็นเขาโดนสวนทวารอีกครั้งหนึ่ง
“ฮึ่ม เออ ข้ายอมรับว่าข้าสู้เฉินเฉียงไม่ได้ แต่ข้าก็ยังไม่เชื่อว่าเฉินเฉียงจะร่วมกับเว่ยฉิงเฉินแล้วชนะกับศัตรูที่แข็งแกร่งแบบนั้นได้ ต่อให้ข้าตายก็ไม่เชื่อ”
เมื่อได้เห็นว่าทุกคนนั้นพยักหน้ารับในข้อนี้ จ้าวฮั่นก็มีท่าทีผ่อนคลายลง
“พวกแกรู้จักเว่ยฉิงเชินที่เฉินเฉียงพูดถึงรึเปล่าล่ะ”
“ให้ข้าบอกพวกแกรับรู้ไว้เลยนะว่าพ่อของเธอที่เป็นผู้การแห่งกันหนันนั้นตอนนี้อยู่ในระดับราชาแล้ว”
“ถ้างั้นพวกแกก็ลองใช้สมองน้อยๆคิดดูสักนิดนะว่าด้วยสถานะของพ่อของเธอแล้วน่ะ จะยอมปล่อยให้ลูกสาวไปเสี่ยงชีวิตที่เขตแดนหมอกโลหิตได้ยังไง”
“เอ้อ มันก็จริงนะ หากข้าเป็นผู้การ ข้าจะส่งทหารสายเลือดระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงไปจัดการ ดีกว่าปล่อยให้ลูกสาวตัวเองไปเสี่ยง”
“นั่นสิ อีกอย่างนึง กันหนันไกลจากที่นี่โคตร สาวน้อยคนนั้นไม่มีทางวิ่งไปที่นั่นเพียงเพื่อจะไปฆ่าโจรกลุ่มเดียวหรอก ว่าอย่างนั้นไหมล่ะ”
หลังจากได้ฟังผู้คนพูดคุย จ้าวฮั่นยังรู้สึกว่านี่ยังไม่เพียงพอ เขาจึงได้เติมเชื้อไฟไปอีก
“นอกจากนั้น เว่ยฉิงเชินนั้นเป็นอัจฉริยะแห่งสำนักวิหคอัสนี การบ่มเพาะของเธอนั้นไม่มีขอขวด ต่อให้เธออายุสิบเจ็ดแล้วไง ใครๆก็รู้ว่าเธอนั้นสามารถไปถึงระดับนายพลวิญญาณได้อย่างง่ายดาย”
“พวกแกทุกคนลองคิดดูสิว่ากับอัจฉริยะที่มีการบ่มเพาะระดับนั้น….จะมาร่วมมือกับขยะสายเ