นั่งลงเดี๋ยวนี้” หลิวซวนเอ๋อได้มองไปที่ไป่ชิจิ้งอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะหันไปหานายพลฮั่นเปียวด้วยรอยยิ้มและพูดออกมา “ศิษย์น้องไป่ของข้าคนนี้มาจากเมืองเหมันต์จันทรา เขาไม่เคยได้สัมผัสความยากแค้นในอาณานิคมมาก่อน ขอให้ท่านอย่าได้ถือสา”
“ไม่ไม่ไม่ ไม่ต้องหรอกทุกท่าน ในเมื่อเป็นคนของสถานที่ที่สงบสุขและสมบูรณ์แบบนั้น นี่ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา ทุกท่านอย่าได้กังวลไป ลองชิมเนื้อกันดูก่อน”
เฉินเฉียงในตอนนี้รู้สึกขุ่นเคืองในท่าทางที่เกินเลยของไป่ชิจิ้งในทันที
เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหลิวซวนเอ๋อว่าไป่ชิจิ้งนั้นเป็นคนจากเมืองใหญ่อย่างเมืองเหมันต์จันทรา จึงไม่แปลกที่คนคนนี้จะไม่รู้เห็นหรือรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของโลกภายนอก นี่จึงไม่น่าแปลกใจที่คนคนนี้จะมีนิสัยแย่ได้ถึงขนาดนี้
“แหว่ะ ผู้การฮั่น ข้าขอบอกไว้เลยนะ นอกจากไวน์นั่นจะไม่ดีแล้ว เนื้อนี่ยังห่วยแตก นี่ท่านกำลังคิดว่าพวกเรานั้นเป็นหมารึไงกันถึงคิดว่าพวกเราจะกินเนื้อห่วยๆแบบนี้ได้ลง”
ไป่ชิจิ้งที่นั่งลงได้หยิบเนื้อในจานและเขวี้ยงเนื้อลงพื้นด้วยใบหน้าที่แสดงออกซึ่งความขยะแขยง
ฮั่นหยูที่นั่งอยู่ข้างๆฮั่นเปียวได้วิ่งไปหยิบเนื้อชิ้นนั้นอย่างเสียดายเพราะที่อาณานิคมแห่งนี้เองก็ไม่ได้มีเนื้อสัตว์ประหลาดมากมายอะไรนัก เธอหยิบเนื้อชิ้นนี้ขึ้นมาไว้ในมือและปัดมัน
“อ่า… ท่านเฉิน…” ฮั่นหยูในตอนนี้มองเฉินเฉียงด้วยดวงตาที่กลมโตที่สวยงามอย่างสับสนในทันที
นั่นก็เพ