้าไม่รู้รึไงว่านั่นเป็นสิ่งเจ็บปวดเกินกว่าที่ลูกผู้ชายจะยอมรับได้”
เมื่อเห็นท่าทางแปลกๆของฮู่ต้าไฮ่และศิษย์พี่คนอื่นโดยเฉพาะศิษย์พี่ผู้หญิงที่ตอนนี้ก้าวถอยหลังออกไปอย่างเกรงกลัว เฉินเฉียงเองก็รู้สึกทนไม่ไหวเพราะกลัวจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ เขาจึงได้พยายามอธิบายออกมา
“อาจารย์ ศิษย์พี่ทั้งหลาย ข้าไม่ใช่คนแบบที่พวกท่านคิดนะ”
“ในตอนนั้นทั่วทั้งร่างของจ้าวฮั่นเคลือบเอาไว้ด้วยพลังสายเลือด เขาทำตัวเหมือนเต่าที่มีกระดอง ไม่ว่าข้าโจมตียังไงก็โจมตีไม่เข้า หากข้าต้องการชนะก็มีแต่วิธีนี้เท่านั้น”
“ศิษย์น้องอย่าพูดอะไรอีกเลย ยิ่งเจ้าพูดออกมายิ่งดูว่าเจ้านั้นดำมืดยังไงก็ไม่รู้ เดี๋ยวเจ้าจะไม่เหลือชิ้นดีเอานะ”
“โรคจิต วิตถาร”
กัวเหลียงพูดออกมาพลางใช้มือปิดด้านหลังของเขาด้วยท่าทางที่สั่นกลัว
-ไอ้ฉิบหาย-
เป็นดั่งที่กัวเหลียงพูดจริง เขาไม่สมควรจะอธิบายออกไปเลย ในตอนนี้เมื่อเฉินเฉียงหันไปมองโดยรอบก็ได้พบกับสายตาอาฆาตแค้นชิงชังเหนือจะกล่าวของจ้าวฮั่น
“เฉินเฉียง รอก่อนเถอะ เรื่องในวันนี้ยังไม่จบ ข้า จ้าวฮั่น ต้องล้างแค้นเรื่องในวันนี้ให้จงได้”
เมื่อเห็นท่าทีการสาปแช่งออกมาอย่างสุดหัวใจของจ้าวฮั่นขึ้นมาแล้ว เฉินเฉียงก็รู้สึกโกรธขึ้นมาซะอย่างนั้น
-ใครใช้ให้แกกัดไม่ปล่อยและไม่ยอมปล่อยมันไปกันล่ะฟะ-
ถ้าไม่ใช่เพราะจ้าวฮั่นสร้างความวุ่นวายให้เขานับครั้งไม่ถ้วนก่อน นับจากในครัว จ้าวฮั่นให้คนมาก่อกวนเขาไม่ให้ว่