รสนับสนุนจากไทฮองไทเฮาเป็นครั้งแรกแล้ว
เมื่อก่อนไทฮองไทเฮามักจะยิ้มและบอกว่าตนเองแก่แล้ว สุดท้ายเจียงเซี่ยนยังคงต้องพึ่งพาตนเอง แต่ครั้งนี้อาจจะนึกถึงชีวิตอันวุ่นวายของหานถงซิน และรู้สึกได้ ไทฮองไทเฮาจึงไม่บอกปัดด้วยวาจาเป็นครั้งแรก และพยักหน้า พลางเอ่ยว่า “เด็กสาวไม่รู้ความร้ายกาจ ต้องให้ผู้อาวุโสชี้แนะ เรื่องของเป่าหนิง…ข้ารู้ดีอยู่แก่ใจ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ย้ายเขากลับมาจากเมืองกานก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
เกรงว่าตำแหน่งของหวังเฉิงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว!
เจียงเซี่ยนยิ้มตาหยีพลางมองไทฮองไทเฮา และเอ่ยว่า “เรื่องนี้ก็ไม่รีบเช่นกัน ค่อยๆ ทำเถอะ ฝ่าบาทไปล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงแล้วไม่ใช่หรือ รอฝ่าบาทกลับมาแล้วค่อยว่ากัน” แล้วก็กอดแขนของไทฮองไทเฮาอย่างสนิทสนม และเอ่ยว่า “หม่อมฉันอยากเข้ามาอยู่ในวังสักสองสามวัน เสด็จยายออกพระราชเสาวนีย์ให้หม่อมฉันเถอะ!”
“โอ้!” ไทฮองไทเฮาได้ยินแล้วก็ดีใจมาก จึงเอ่ยว่า “เยี่ยมไปเลย เยี่ยมไปเลย! ออกพระราชเสาวนีย์อะไรกัน เจ้าย้ายเข้ามาเลย ข้าให้ฟางหลิงเพิ่มพระราชเสาวนีย์ให้กรมพิธีการก็ได้แล้ว” เอ่ยถึงตรงนี้ นางก็รอไม่ค่อยไหวแล้ว “เช่นนั้นวันนี้ก็อย่ากลับไปเลย