ือ ก็เท่ากับเคราะห์กรรมที่ควรเป็นของตนนั้น จะถูกส่งต่อไปยังน้องสาวทั้งหมด ส่วนตนก็จะได้รับแต่บุญญาบารมีอย่างสิ้นเชิง
จากนี้การฝึกตน ย่อมรุดหน้าเป็นพันลี้
พร้อมกันนั้น สำหรับน้องสาวอย่างอวิ๋นเมี่ยวชิงแล้ว นี่ก็หาใช่เรื่องร้าย เพราะเดิมทีนางไร้บุญวาสนา ไม่ได้มีรากฐานดีจากอดีตชาติเช่นตน
“ครานี้ปล่อยให้เมี่ยวชิงเข้าสู่นิกายมาร รับเคราะห์กรรมแทนข้า หากวันหนึ่งนางยังมีโอกาสหวนกลับมา ข้าย่อมสำเร็จวิชาแล้วพอดี ถึงตอนนั้นค่อยชดใช้สิบปีแห่งความลำบากให้ นี่ก็คือวาสนาแห่งสุขหลังผ่านทุกข์ ถึงเวลานั้น แม้ไม่มีรากฐานจากชาติปางก่อน ข้าก็จะช่วยให้นางมีหนทางฝึกตนได้หนึ่งสาย”
“แม้แต่นางจะตายในนิกายมาร ก็เพียงหมุนเวียนสู่ชาติหน้าเท่านั้น”
“ตอนนั้น ข้าคงบรรลุขั้นวางรากฐานแล้วพอดี เช่นนั้นก็สามารถไปชักนำจิตวิญญาณนางได้ น้องสาวของเจินเหรินขั้นวางรากฐาน เช่นนั้นก็ถือว่ามีรากฐานจริงแท้แล้วเช่นกัน”
คิดเช่นนี้ มิใช่ ทั้งสองฝ่ายล้วนได้ประโยชน์ หรือไร?
“แม้เมี่ยวชิงอาจไม่เข้าใจ แต่นั่นก็เพราะนางฝึกน้อย จิตแห่งเต๋ายังไม่มั่น ข้าในฐานะพี่สาว ย่อมต้องวางทางเดินให้นางแทน”
คิดถึงตรงนี้ อวิ๋นเมี่ยวเจินยิ่งสงบนิ่งลงกว่าเดิม
นี่แหละคือนิกายกระบี่ หากไร้รากฐาน ต่อให้ก้าวเพียงก้าวเดียวก็ยากเยี่ยงเหยียบบนเส้นด้าย ใครเล่าจะมีเจินเหรินขั้นวางรากฐานเป็นอาจารย์เช่นนาง? นี่คือวาสนาติดตัวมาแต่กำเนิด
หากเมี่ยวชิงมีวาสนา นางก็ไป