เจียงเซี่ยนที่เฝ้ารอหลี่เชียนกลับมาอย่างยากลำบากยิ้มตาหยีพลางนั่งลงหน้าโต๊ะ และมองหลี่เชียนกินบะหมี่คำใหญ่ๆ
เพราะกลับมาดึกเกินไป หากกินข้าวกลัวจะอาหารไม่ย่อย นางจึงตั้งใจสั่งให้ห้องครัวทำบะหมี่เนื้อหมูสามชั้นน้ำแดงโดยเฉพาะ
หลี่เชียนชอบกินมากอย่างที่คิดจริงๆ
“จะดื่มน้ำแกงสักคำหรือไม่!” หลี่เชียนเห็นเจียงเซี่ยนมองจนรู้สึกตื่นเต้น จึงเงยหน้ายิ้มพลางมองนาง
“ไม่!” ดวงตาของเจียงเซี่ยนยิ้มจนเป็นพระจันทร์เสี้ยว “ท่านหมอฉางน้อยไม่ให้ข้ากินอาหารตอนกลางคืน”
ก่อนหน้านี้ฉางเหริ่นตงเคยหัวเราะเยาะนาง หลังจากพี่ชายของฉางเหริ่นตงมา เจียงเซี่ยนก็ชอบเรียกฉางเหริ่นตงว่า ‘ท่านหมอฉางน้อย’ เป็นพิเศษ
หลี่เชียนยิ้มตาหยี
เขาไม่ได้เจอเจียงเซี่ยนเกือบสองเดือน จึงอยากคุยกับนางมาก อดทนแล้วอดทนอีก สุดท้ายก็ยังทนไม่ไหวอยู่ดี จึงเช็ดปาก และเอ่ยว่า “ท่านหมอฉางบอกว่าจะกลับมาเปิดร้านขายยาและรับ ลูกศิษย์ ทำไปถึงไหนแล้ว?”
เจียงเซี่ยนก็อยากคุยกับหลี่เชียนมากเช่นกัน จึงลืมคำสั่งสอนของบิดามารดาว่า ‘เวลากินข้าวกับเวลานอนห้ามพูดมาก’ ไปจนหมดสิ้นตั้งนานแล้ว นางหัวเราะเบาๆ และเล่าเรื่องที่เกิดข ขึ้นในช่วงนี้ให้หลี่เชียนฟัง