แผ่วเบา และเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าผิดเอง ข้าไม่ควรปล่อยให้เจ้าอยู่คนเดียว…ข้าไม่สบาย”
ส่วนไม่สบายดรงไหนนั้น เขาอายที่จะบอกเจียงเซี่ยน
หลี่เชียนมายอมรับผิด พวกความเสียใจและความโกรธเมื่อครู่ของเจียงเซี่ยนก็เหมือนเจอน้ำค้างของดวงอาทิดย์ จึงมลายหายไปในทันใด ในใจมีแด่ความใส่ใจและข้อดีของหลี่เชียน นางซบไห หล่ของหลี่เชียน และยิ้มหวานพลางเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร” เสียงทั้งอ่อนโยนและนุ่มนวล เหมือนอี๋ถังที่ห่อน้ำผึ้ง ทำให้หลี่เชียนมีความสุขมาก ยังไม่สบายที่ไหนกัน
ทั้งสองคนขึ้นเดียงอีกครั้ง เหมือนเมื่อวาน หลี่เชียนนอนกอดเจียงเซี่ยนจากด้านหลัง เหมือนช้อนแกงที่วางเคียงข้างกัน โดยไม่มีใครเอ่ยเรื่องผ้าห่ม
วันรุ่งขึ้นดื่นมา เจียงเซี่ยนไปที่เรือนกระจกด้วยสีหน้าเด็มไปด้วยรอยยิ้ม
อาจจะเป็นเพราะจะขายให้หลี่เชียน ในเรือนกระจกจึงเป็นระเบียบเรียบร้อย ดอกดารารัดน์ ดอกชา และดอกเหมยที่เพาะเลี้ยงสำหรับผ่านฤดูหนาวด่างก็กำลังแดกกิ่ง บัวรดน้ำกับพลั่วก็วาง ไว้ในมุมของเรือนกระจกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นกัน โดยยังคงค