ั้น ส่วนหนึ่งเพราะเขายังต้องรับแรงสะท้อนจากยมโลก อีกส่วนก็เพราะมีเจินจวินมากมายร่วมมือกัน แต่บัดนี้เหลือแค่นางคนเดียว ยังกล้าสู้กับเขาอีกหรือ?
เรื่องไม่คุ้มเช่นนี้ นางไม่รู้จักคิดหรือไร?
ไม่เห็นหรือว่าแม้แต่เจินจวินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ก็ยังถอยไปแล้ว?
แต่ชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินยืนหยัดเช่นนี้ อั้งเซียวก็จนปัญญา จำต้องเร่งขับพลังเวทต้านนางต่อไป
ถึงกระนั้น อั้งเซียวก็ยังเหนือกว่าในด้านพลัง
เมื่อทั้งสองรั้งรอผลัดกันดึง จึงยังคงเป็นเขาที่ได้เปรียบ ตะเกียงดับแสงยังคงร่วงลงทีละน้อย กำลังมุ่งสู่ประตูแดนยมโลก
แต่เขาก็จ่ายราคามหาศาลเช่นกัน
ด้านล่าง ร่างเงาแห่งจงกวงที่เขาหลอมขึ้นด้วยตนเองเริ่มลุกไหม้ แม้แต่ “คัมภีร์สลับเคราะห์ชะตาร่วมชีวิต” ซึ่งเป็นสมบัติแห่งการบรรลุมรรคก็ถูกเขานำออกใช้ทั้งหมด ซึ่งนั่นก็หมายความว่า หากศึกนี้เขาไม่อาจคว้าตะเกียงดับแสงได้ ย่อมไม่มีโอกาสครั้งที่สองอีก
เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีแต่จงกวงผู้เดียวเท่านั้นที่เคยพิสูจน์ตะเกียงดับแสงได้
เมื่อไม่มีร่างเงาแห่งจงกวงเป็นสื่อกลาง ตะเกียงดับแสงจะไม่ทอดมองอีก การดึงเข้าสู่ยมโลกย่อมยากขึ้นหลายเท่าตัว
ก่อนหายนะใหญ่พันปีมาถึง เป็นไปไม่ได้แน่นอน
‘มีแต่ชัย ไม่มีพ่าย!’
ดวงตาอั้งเซียวดุดัน เขาได้วางเดิมพันด้วยของชิ้นสุดท้ายของตนแล้ว แม้ชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินจะยังขัดขวาง แต่ก็ไร้ประโยชน์แล้ว
และในเวลาเดียวกัน…
‘สัตว์เดรัจฉาน!’
ลว