แล้ว ข้าจะบอกนายหญิงคัง”
เกาเมี่ยวหรงไม่บ่น และยิ้มพลางพยักหน้า
ทว่าไม่รู้ทำไม จู่ๆ หลี่ตงจื้อก็รู้สึกว่าสถานที่ที่เกาเมี่ยวหรงอยู่เตี้ยและแคบ ทำให้นางรู้สึกหายใจไม่ค่อยออก
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน!” นางวางถ้วยชาลง และลุกขึ้นบอกลา “พี่สะใภ้นัดช่างตัดเสื้อของก่วงจี้ไว้ ให้ข้ารีบไป”
เกาเมี่ยวหรงอึ้งไปเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ท่านหญิง จะทำเสื้อผ้าใหม่ให้เจ้าหรือ?”
หลี่ตงจื้อพยักหน้า ใบหน้าเล็กที่อ่อนวัยแลดูจริงจังและระมัดระวัง แล้วเอ่ยว่า “ยังทำเครื่องประดับใหม่ด้วย บอกว่าถึงเวลานั้นให้ข้าไปดื่มเหล้ามงคลที่ตระกูลหลี่กับคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองของตระกูลคัง”
เกาเมี่ยวหรงหน้าซีดลงเล็กน้อยทันที รอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นฝืนใจเล็กน้อยเช่นกัน และเอ่ยว่า “ฮูหยินไปหรือไม่?”
“ไป” หลี่ตงจื้อเอ่ย “ฮูหยินหลี่เป็นเฉวียนฝูเหรินของพี่สะใภ้ พี่สะใภ้บอกว่า ท่านแม่ไม่ไปก็ไม่สมเหตุสมผล และให้ท่านแม่ไปล่วงหน้าสองสามวัน ถึงที่ตระกูลหลี่จะไม่มีอะไรให้ช่วย ก็สามารถช่วยพูดได้เช่นกัน ท่านพ่อให้ท่านแม่เชื่อฟังพี่สะใภ้ ท่านแม่จะไปพรุ่งนี้ แต่พวกเราต้องรอถึงวันที่รับตัวเจ้าสาวแล้วค่อยไป”
“เช่นนั้นหรือ!” เกาเมี่ยวหรงยิ้ม และส่งหลี่ตงจื