ี่ในเวลานี้ไม่ใช่ตระกูลหลี่อย่างตอนที่อยู่ฝูเจี้ยนแล้ว หากน้องหญิงสามารถไปมาหาสู่กับลูกสาวที่อยู่ในห้องของ งผู้หญิงอย่างคุณหนูสามตระกูลติงมากๆ ได้จะดีที่สุด จะได้เรียนรู้ว่าคนอื่นพูดจาและทำอะไรอย่างไร ครั้งนี้ข้าไปเมืองหลวง ตอนที่ได้ยินท่านหญิงชิงฮุ่ยเอ่ยถึงว่าตระกูลอันลู่โหวพอ อใจคุณหนูใหญ่ตระกูลจินอย่างไร ทำเพื่อเกียรติยศให้คุณหนูใหญ่ตระกูลจินอย่างไร และสินสอดตอนที่มอบสินสอดนั้นล้ำค่า หายาก และมากมายแค่ไหน ข้าก็เกิดความคิดขึ้นมาในใจ หากท่าน พ่อเห็นด้วย ข้าอยากพาน้องหญิงมาเลี้ยงข้างกายข้า ต่อไปแต่งงาน พูดออกไปก็น่าฟังหน่อยเช่นกัน”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ ตระกูลหลี่จะด้อยกว่าตระกูลจินไม่ได้
หลี่ฉางชิงชีวิตนี้ชอบเอาชนะ ได้ยินคำพูดแบบนี้จึงย่อมดีใจจนออกนอกหน้า และรู้สึกว่าลูกสะใภ้ของตนเองคนนี้รู้ใจมากกว่าลูกสาวเสียอีก เรียกได้ว่า ‘นิสัยเหมือนกันมาก’ จริงๆ
“หากท่านหญิงเต็มใจ ข้ายังมีอะไรให้ไม่เต็มใจอีก” เขารีบ