งเป็นจิ้นซื่อ ก็สามารถถามพวกเขาได้นี่นา! และยังสามารถเชิญทั้งสองคนมาดื่มเหล้าได้ด้วย ท่านคังกับท่านเจิ้งน่าจะมีเรื่องที่สนใจเหมือนกับพวกท่านมากมาย”
หลี่ฉางชิงได้ยินก็ดีใจ ทว่าสมองของเขาไว หลังจากนั้นก็รู้สึกไม่เหมาะสมอีก จึงเอ่ยว่า “หากท่านคังกับท่านเจิ้งเคยทำอะไรผิดที่เมืองหลวงล่ะ?”
อย่างไรก็เขาต้องไว้หน้าลูกสะใภ้เช่นกัน
จะทำให้คังเสียงอวิ๋นกับเจิ้งเจียนมาไม่กี่วันก็โกรธไม่ได้
เกาฝูอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านควรจะเชื่อใจท่านหญิงถึงจะถูก แม้ท่านหญิงจะอายุยังน้อย แต่ก็ยังมีเจิ้นกั๋วกงไม่ใช่หรือ? เขาจะปล่อยให้ท่านหญิงเชิญคนสองคนที่ทำผิดที่เมืองหลวงกลับมาได้อย่างไร”
หลี่ฉางชิงรู้สึกว่าเกาฝูอวี้พูดมีเหตุผล จึงไปถามคังเสียงอวิ๋นกับเจิ้งเจียน ทั้งสองคนตกลงอย่างดีใจ คังเสียงอวิ๋นยังเอ่ยว่า “ติงหลิวสูงกว่าข้าสามรุ่น จ้าวซีสูงกว่าข้าหนึ่งรุ่น ตอนที่ข้าอยู่กรมโยธา มีเพื่อนขุนนางคนหนึ่งรุ่นเดียวกับติงหลิว สามปีก่อนติงหลิวเข้าเมืองหลวง และมาหาเพื่อนขุนนางคนนั้นของข้า พวกเราจึงเคยมีวาสนาได้เจอกันครั้งหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าตอนนี้กลับมาเจอกันที่ไท่หยวน”
ตอนที่พูด หน้าตาของคังเสียงอวิ๋นเต็มไปด้วยความดีใจที