หลี่จี้จากไปอย่างหายใจถี่
ยังดีที่ไท่หยวนถือว่าอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง เดินทางอีกสี่ห้าวัน พวกเขาก็ถึงไท่หยวนแล้ว
คังเสียงอวิ๋นกับเจิ้งเจียนอดไม่ได้ที่จะลงจากรถม้า ยืนอยู่ในเส้นทางที่ใช้สำหรับส่งเอกสารราชการและมีจุดพักหรือจุดเปลี่ยนม้าตั้งอยู่ระหว่างทางที่มุ่งหน้าสู่ประตูเมือง และมองเม มืองที่มีชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์ที่ชายแดนแห่งนี้
“ภูเขานี้ชื่อว่าฮั่ว บึงที่มีหญ้าขึ้นจำนวนมากชื่อว่าหยางอวี แม่น้ำชื่อว่าจาง แม่น้ำชื่อว่าเฝินกับลู่” คังเสียงอวิ๋นมองประตูเมืองสูงตระหง่านที่ก่อด้วยอิฐดินก้อนใหญ่ และ อดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “ไท่หยวนสมกับที่เป็นเมืองจี้เก่าในประวัติศาสตร์”
เจิ้งเจียนพยักหน้า และเอ่ยว่า “ครอบครองส่วนสำคัญของใต้หล้า ปะปนด้วยชุมทางของชายแดนรอบด้าน ไท่หยวน…แม้จะเป็นตำแหน่งที่ชัยภูมิเป็นภูเขาสูงและอันตรายของใต้หล้า แต่ขวามีต้าถ ถง ซ้ายมีอวี๋หลิน โครงสร้างและรูปแบบยังเล็กไปหน่อย”
เขาเอ่ยถึงตระกูลหลี่
คังเสีย