พวกอ๋องเจี่ยน วังจี่เต้า า และสยงจวิ้นหรงรู้ร่องรอยของข้า จะไม่เสียน้ำใจของข้าอย่างนั้นหรือ?”
อวิ๋นหลินไม่เข้าใจ
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “หากเจ้าเข้าใจก็ครุ่นคิดส่วนที่เข้าใจเถอะ! ส่วนที่ไม่เข้าใจ ตั้งใจทำตามก็พอแล้ว”
อวิ๋นหลินขานรับ
ทว่าหลี่จี่ที่ได้ข่าวกลับอยากลองทำดู จึงวิ่งมาหาเจียงเซี่ยน และถามว่า “พี่สะใภ้ ตระกูลคังนั่นมีความเป็นมาอย่างไร? นึกไม่ถึงว่าจะทำให้พี่สะใภ้หยุดพักที่ชางผิงวันหนึ่งเพื อพวกนาง…”
เจียงเซี่ยนเห็นเขาแลดูดีอกดีใจ ก็นึกถึงที่เขาจ้องคุณหนูใหญ่ตระกูลคังอย่างเสียมารยาท แล้วก็อดไม่ได้ที่จะแอบขำในใจ แต่กลับไม่แสดงออกมาทางสีหน้าแม้แต่นิดเดียว โดยเอ่ยอย ย่างจริงจังว่า “ตระกูลคังเป็นเพียงตระกูลบัณฑิตธรรมดา ที่ท้องถิ่นถือได้ว่ามีทรัพย์สินเล็กน้อย แต่ในมุมมองของข้าก็เป็นเพียงคหบดีในชนบทเล็กๆ ข้าช่วยครอบครัวของพวกนาง ก็ เพียงแค่สงสารที่ผู้หญิงกับเด็กอย่างพวกนางถูกคนรังแก จึงถือโอกาสช่วย โดยไม่ได้คิดอะไร แล้วที่หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน ก็เพื่อรอคนของตระกูลเจียงมารับพวกเรา ส่วนตระกูลคัง งนั้น ข้าสั่งอวิ๋นหลินแล้ว ไว้รับประทานอาหารเช้าแล้วก็ส่งพวกนางไป…”
พอหลี่จี้ได้ยินก็ร้อนใจทันที
“พี