คังออกจากเมืองกับอวิ๋นหลินได้ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเช่นกัน
หลี่จี้เห็นนางเห็นด้วย ก็ดีใจจนออกนอกหน้าทันที และลุกขึ้นยืนจะไปบอกแม่ลูกสกุลคัง แต่เวลานี้เสียงอึกทึกครึกโครมกลับดังมาจากนอกประตู
เจียงเซี่ยนรู้ว่าคนของตระกูลหวังใกล้จะค้นมาถึงที่นี่แล้ว นางไม่ใส่ใจ และยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง
ทว่าหลี่จี้กลับกระวนกระวายเล็กน้อย
เขาคิดได้ว่าเจียงเซี่ยนเข้าเมืองหลวงมาอย่างลับๆ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างลนลานนิดหน่อยว่า “พี่สะใภ้ ข้าจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านหลบอยู่ในห้องไม่ต้องออกมา อย่างมากข้ ากับพี่อวิ๋นหลินก็แค่คิดหาทางคุ้มครองท่านออกจากเมือง”
ยังถือว่าเด็กคนนี้จิตใจเมตตาอยู่บ้าง
เจียงเซี่ยนจึงฉวยโอกาสสอนเขา “ยิ่งเจอช่วงเวลาแบบนี้ยิ่งลนลานไม่ได้ ลองคิดข้อได้เปรียบกับข้อเสียเปรียบของพวกเรากับฝ่ายตรงข้ามให้ดี สุดท้ายถึงจะตัดสินใจว่าต้องหนีไปหรือไม่ ”
ความเฉยเมยของนางส่งผลต่อหลี่จี้
ไม่นานหลี่จี้ก็สงบสติอารมณ์ได้ และคิดแล้วเอ่ยว่า “พี่สะใภ้ ตอนที่ท่านออกมาพาองครักษ์มาด้วยไม่ใช่หรือ? พวกเราต้องสู้ชนะพวกเขาได้อย่างแน่นอน แค่กลัวว่าจะรบกวนคนอื่น ไม่อ อย่างนั้นท่านทิ้งองครักษ์ไว้ให้ข้าสักสองสามคน