ะโปรงกลับยังมีรอยพับที่พับซ้อนกัน ก็รู้ว่านี่เป็นเสื้อผ้าที่ครอบครัวของเด็กสาวเก็บไว้ก้นหีบและใส่ออกมาเป็นหน้าเป็นตา จึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ ในใจ พลางคิดว่าคนครอบครัวนี้ถึงเวลานี้แล้วยังคงไม่เสียมารยาท แสดงว่าพ่อแม่อบรมสั่งสอนลูกอย่างเข้มงวดมาก ทว่าเวลานี้กลับตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่รู้สึกสงสารขึ้นมาเล็กน้อย นางจึงอ่อนโยนกับเด็กสาวคนนี้มากกว่าคนอื่น
“ลุกขึ้นมาคุยกันเถอะ!” นางนั่งลงบนเตียงอรหันต์ในห้องโถง และยิ้มพลางพยักหน้าให้เด็กสาวเล็กน้อย แล้วเอ่ยกับหลี่จี้ว่า “ข้ามีแขกผู้หญิง เจ้ากลับห้องไปก่อน มีอะไรก็ไปถามอวิ๋นหลิน รับประทานอาหารเช้าแล้ว พวกเราก็ต้องออกเดินทางแล้วเช่นกัน”
หลี่จี้รู้ว่าตนเองเสียมารยาท ก็เขินจนหน้าแดงอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงรีบคารวะเจียงเซี่ยน และถอยออกไป
เจียงเซี่ยนก็ยิ้มพลางเอ่ยกับเด็กสาวคนนั้นว่า “เจ้าไม่ต้องใส่ใจ นี่คือน้องชายของสามีข้า เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ตอนนี้รับคำสั่งจากพี่ชายของเขาให้ส่งข้าออกไปข้างนอก จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะระวังมากเกินไปหน่อย หากมีที่ที่ล่วงเกิน ก็ขอให้คุณหนูใหญ่คังอภัยให้ด้วย”
คุณหนูใหญ่คังที่เดิมทีนั่งลงแล้วได้ยินเจียงเซี่ยนพูด