นตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ก็ทำได้เพียงประนีประนอมเช่นกัน
เขายังเทียบหลี่เชียนได้อย่างนั้นหรือ?
อวิ๋นหลินไม่รู้ว่าองครักษ์ลับพวกนั้นอยู่ที่ไหน และก็ชินกับการพึ่งพาตนเองตั้งนานแล้ว จึงไม่ได้ไปสนใจองครักษ์ลับพวกนั้น ทว่าหลังจากประนีประนอมก็สงบสติอารมณ์ให้เรียบร้อยทันที และเดินเข้าไปสืบสถานการณ์ในศาลหลักเมืองก่อน
ศาลหลักเมืองที่พวกเขาจะพักเล็กมาก มีแค่เรือนหลักหลังเดียว ข้างในบูชาเจ้าพ่อหลักเมืองเสี่ยนโย่วป๋อ เรือนด้านหลังเป็นห้องนอนของคนเฝ้าศาล ตอนที่อวิ๋นหลินเรียกให้เปิดประตู คนเฝ้าศาลกำลังออกมาจากเรือนด้านหลัง พอเห็นพวกอวิ๋นหลินก็ประหลาดใจมาก และเอ่ยว่า “พวกเจ้าผ่านมาใช่หรือไม่? ตอนนี้รีบสักหน่อย ยังเข้าเมืองได้ทัน หากไม่ไหวจริงๆ ตรงที่ที่ห่างจากประตูเมืองไม่เกินห้าลี้ยังมีโรงเตี๊ยมอีกแห่ง ที่นั่นก็พักได้เช่นกัน”
อวิ๋นหลินรู้สึกว่าคนเฝ้าศาลพูดถูกมาก แต่ชีกูกลับยิ้มพลางโผล่หน้าออกมาจากหลังเขา และยัดถุงเงินให้คนเฝ้าศาลอย่างแฝงความประจบประแจงเล็กน้อย แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “ขอให้ท่านโปรดทำกุศล นายหญิงของพวกเราร่างกายไม่แข็งแรง ทนทรมานไม่ไหว เกรงว่าต่อให้รีบไปตอนนี้ก็เข้าเมืองไม่ได้อยู่ดี และโร