งเตี๊ยมตรงประตูเมืองก็แพงเกินไป…”
คนเฝ้าศาลบีบถุงเงินในมืออย่างเงียบๆ และคิดแล้วก็เผยท่าทีที่มีเมตตานอกกฎออกมา แล้วเอ่ยอย่างสำรวมว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นคืนนี้พวกเจ้าก็พักที่นี่สักคืนเถอะ! ข้ามีเรือนหลักให้พัก”
ชีกูขอบคุณติดกันหลายครั้ง
ทว่าอวิ๋นหลินกลับอดไม่ได้ที่จะคว้ามือของชีกูไปที่เรือนด้านหลัง และเอ่ยเสียงเบาว่า “นี่ท่านหญิงจะทำอะไร? นางจะนอนบนเตียงของคนเฝ้าศาลได้อย่างไร?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!” ชีกูเอ่ย นัยน์ตาฉายแววงุนงง “ทั้งหมดนี่เป็นความต้องการของท่านหญิง”
อวิ๋นหลินเสยผม และกำลังคิดว่าจะห้ามเจียงเซี่ยนอย่างไร ใครจะรู้ว่าเจียงเซี่ยนกลับเดินเข้ามาโดยมีฉิงเค่อกับหลิวตงเยว่คอยประคองแล้ว
“ทำไมพวกเจ้าถึงให้นายหญิงเข้ามาแล้ว?” เขาไม่กล้าว่าเจียงเซี่ยน และไม่อาจว่าฉิงเค่อได้ จึงจำเป็นต้องใช้ตาจ้องไปที่หลิวตงเยว่ที่สนิทกับเขา
หลิวตงเยว่หลบสายตาของเขา
ท่านหญิงคิดจะทำอะไรกันแน่?
มีสัมภาระและผู้ติดตามไม่มากก็แล้วไป ทำไมถึงไม่พักแม้แต่โรงเตี๊ยม!
อวิ๋นหลินรู้สึกว่าตนเองใกล้จะร้อนใจจนเป็นบ้าแล้ว ทว่าเจียงเซี่ยนกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และสั่งฉิงเค่อว่า “คนเฝ้าศาลบอกว่าที่น