ถุดิบมากมายถูกพวกเขาย่างจนเกรียมหมดแล้ว”
หลี่ตงจื้อเม้มปากยิ้มออกมา
พวกนางไปหาหลี่เชียนด้วยกัน
ทุกคนคารวะกันและกัน ด้วยเห็นว่าไม่มีคนนอก จึงไม่ได้แบ่งฝ่ายกันมากเช่นกัน ตั้งสองเตา ผู้ชายเตาหนึ่ง ผู้หญิงเตาหนึ่ง แล้วทุกคนก็เริ่มย่างของด้วยรอยยิ้ม
เจียงเซี่ยนย่างเนื้อ
พวกหลี่หลินยังเตรียมเครื่องปรุงที่มีชื่อเสียงและล้ำค่าอย่างพริกไทยเสฉวน พริกไทย และยี่หร่ามาด้วย
หลี่ตงจื้อแอบถามเจียงเซี่ยน “ของพวกนั้นมีประโยชน์อะไรหรือ?”
เจียงเซี่ยนตอบนางเสียงเบา “โรยลงบนเนื้อ เจ้าชอบรสชาติเข้มข้นก็โรยเยอะหน่อย ไม่ชอบก็โรยน้อยหน่อย ส่วนรสชาติเป็นอย่างไรนั้น เจ้าต้องกินเองถึงจะรู้ ข้าไม่สามารถเล่าให้เจ้าฟังได้”
หลี่ตงจื้อพยักหน้า
พวกแม่ครัวที่หน้าตาและการแต่งตัวต่างก็เรียบร้อยมากถูกเรียกมาแล้ว
เจียงเซี่ยนก็สุ่มเลือกมาคนหนึ่ง ให้นางมาดูว่าเนื้อย่างสุกหรือยัง
“สุกแล้วเจ้าค่ะ!” แม่ครัวเอ่ยอย่างนอบน้อมมากว่า “เนื้อเปลี่ยนสีแล้ว ดูหดลงเล็กน้อย ก็สุกแล้ว”
เจียงเซี่ยนก็โรยเกลือ พริกไทย และยี่หร่าเล็กน้อย
ควันที่ทำให้คนสำลักลอยขึ้นมาจากเตา
เจียงเซี่ยนไอติดกันหลายครั้ง แล้ววางเนื้อที่ย่างเสร็จแล้วไว้ในจานค