ม่เป็นไร!” เกาเมี่ยวหรงยิ้มบางๆ ขอบตาแดงเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าคนที่คุยกันไม่ถูกคอก็จะฆ่าจะแกงกันแบบนี้ไม่มีความเป็นกู้หญิงแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นจึงไม่ได้ยืนพูดอยู่ฝ่ายตงจื้อ ก็เพราะกลัวว่านางจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนคุณหนูจวงหาทางลงไม่ได้ จึงต่อสู้อย่างสุดชีวิตจนจะตายด้วยกันทั้งสองฝ่าย ทุกคนต่างเสียหน้า และทำให้งานเลี้ยงวันเกิดของเจ้าวุ่นวายไปด้วย…”
คุณหนูสามซือพยักหน้าอย่างเห็นด้วยมาก และเอ่ยว่า “ตอนนั้นข้าก็คิดแบบนี้เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่ได้รั้งหลี่ตงจื้อไว้”
เหมือนนางปล่อยหลี่ตงจื้อไปเป็นบุญคุณที่ใหญ่มาก
แต่เกาเมี่ยวหรงยังคงยืนกรานที่จะกลับ คุณหนูสามตระกูลซือจึงจำเป็นต้องสั่งให้คนหามเกี้ยวของตระกูลซือไปส่งนาง
นางกลับถึงบ้าน ก็เป็นตอนเย็นแล้ว
เกาฝูอวี้นั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือตัวใหญ่ในห้องหนังสือคนเดียว ถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่งและกำลังพลิกอย่างเหม่อลอย พอเห็นนางกลับมา ก็ถามถึงเรื่องที่นางไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดอย่างเอ็นดู
เกาเมี่ยวหรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เกาฝูอวี้ฟังอย่างอ้อมค้อม
เกาฝูอวี้ตกใจมาก
เรื่องนี้ทำไมเขาไม่รู้?
ตระกูลหลี่ไม่แม้แต่ส่งคนมาบอกเขาสักคนด้วยซ้ำ