ง!”
เจียงเซี่ยนเบ้ปากอย่างดูถูก และหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยว่า “แค่ระดับสามเล็กๆ กลับกล้าสั่งตามใจชอบต่อหน้าข้า เจ้ามีชีวิตอยู่จนเบื่อแล้วใช่หรือไม่! พวกเจ้าไม่ต้องกลัว รุมตีออกไป! ข้าจะดูว่า นางจะทำอะไรข้าได้?”
“ข้า…ข้าจะเข้าเมืองหลวงไปฟ้องฝ่าบาท!” ฮูหยินจวงก็โกรธจนสติเลอะเลือนแล้วเช่นกัน จึงพูดจาไม่มีระเบียบแล้ว “ข้าไม่เชื่อหรอกว่า ท่านหญิงแต่งงานกับผู้ชายที่ฐานะต่ำ ก็สามารถรังแกคนได้ตามใจชอบ!”
“ไปฟ้องเถอะ!” เจียงเซี่ยนเห็นนางโกรธจัด กลับใจเย็นลง จึงนั่งลงใหม่ และค่อยๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือ แล้วเอ่ยว่า “ไปฟ้องพี่ชายของเจ้าที่อยู่เมืองหลวงจะดีที่สุด ข้าจะดูว่า ใต้หล้านี้จะมีสักกี่คนที่กล้ายุ่งเรื่องของข้า”
ฮูหยินจวงมองเจียงเซี่ยนอย่างตกใจ
ในใจของนาง ขุนนางฝ่ายบู๊ระดับสามยังสู้นายอำเภอระดับเจ็ดไม่ได้
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำไมนางถึงกล้าทะเลาะเช่นกัน
ทว่านางกลับลืมไปว่า เจียงเซี่ยนเป็นท่านหญิง และไทฮองไทเฮายายของเจียงเซี่นยังมีชีวิตอยู่
และเวลาเพียงแค่ชั่วครู่นี้ ชีกูที่ไม่รู้เข้ามาทางไหน ก็จับฮูหยินจวงที่ถูกคนรับใช้ที่แข็งแรงของตระกูลจวงล้อมอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ฮูหยิน