ยวนถู วันนี้เจ้าสมควรเผชิญเภทภัย เข้าสู่สุขาวดีของเรา!”
สิ้นคำพูด เหล่าภิกษุทั้งหลายก็พร้อมใจกันร่ายคาถา มือประสานมุทรา สวดถ้อยภาวนา “ขออัญเชิญอารามมังกรฟ้ากว่างลี่!”
สิ้นคำกล่าวทันใด เขตแดนรอบตัวขั้นสร้างรากฐานก็เจิดจ้าไปด้วยแสงพุทธอันยิ่งใหญ่ ในแสงปรากฏวิหารยิ่งใหญ่รองรับด้วยเมฆมงคล ด้านในมีรูปเคารพทองคำยืนเด่นสง่า
หากลวี่หยางยังมิได้เข้าสมาธิ เร่งหลอมพลังฟ้าศักดิ์สิทธิ์และพิภพลี้ลับอยู่ละก็ ย่อมจำได้ทันทีว่าอารามนี้หาใช่ที่ใดอื่น หากคืออารามปราบมังกรเดิม เพียงแค่แปรเปลี่ยนรูปโฉม และองค์รูปเคารพทองคำภายในนั้น ก็มิใช่พระอรหันต์ปราบมังกรอีกต่อไป หากเป็น พระพุทธรูปซึ่งมีรูปหน้าเหมือนเขาเปี๊ยบ!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
กระทั่งถึงยามนี้ ฮุ้ยขู่จึงปลดปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น คล้ายสลัดความขมขื่นที่ก่อนหน้านี้ถูกลวี่หยางกระบี่เดียวทำให้ตกใจจนกระทั่งปรากฏกายก็ยังไม่กล้าในที่สุดก็ได้สลายไปไม่น้อย
ต่อให้เจ้ามีวิชาเทพลึกล้ำเพียงใด แล้วจะอย่างไรเล่า?
ท้ายที่สุดก็ต้องยอมจำนนอยู่ดีมิใช่หรือ?
ใช่แล้ว ในสายตาของฮุ้ยขู่ เวลานี้ลวี่หยางได้ยอมรับชะตากรรมตั้งใจจะยอมวางมือแล้วอย่างแน่นอน ไหนเลยจะหลอมพลังฟ้าศักดิ์สิทธิ์และพิภพลี้ลับได้หากยังคิดต่อต้านอยู่?
“ยังนับว่ารู้กาลเทศะอยู่บ้าง”
“ไม่เช่นนั้น หากเปิดศึกกันจริง เกรงว่าจะจบลงมิได้หากไม่ล้มตายกันสักหลายคน บัดนี้เมื่อเจ้ามารผู้นี้ยินดีจะยอมจำนน เช่นนี้ก็ถ