ือว่าเป็นกุศลกรรมอย่างใหญ่หลวง”
คิดไปคิดมา ฮุ้ยขู่ถึงกับแอบรู้สึก อิจฉาเล็กน้อย
อย่างไรเสีย ด้วยพื้นฐานของลวี่หยาง เมื่อหลอมพลังฟ้าศักดิ์สิทธิ์และพิภพลี้ลับจบสิ้น สำเร็จเป็นสร้างรากฐานกลางขั้นสมบูรณ์ แล้วก้าวเข้าสู่แดนสุขาวดี ครองตำแหน่งอรหันต์มังกรฟ้ากว่างลี่…เกรงว่าความห่างไกลจากตำแหน่งจุนเจ่อแห่งสุขาวดีก็คงไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว
แม้ว่าในยามนั้น… จะไม่มี “ลวี่หยาง” คนเดิมหลงเหลืออีกเลยก็ตาม
คิดถึงตรงนี้ ฮุ้ยขู่ก็อดมิได้ที่จะเผยยิ้มมุมปาก ส่วนภิกษุพุทธอีกยี่สิบสามคนที่อยู่ด้านหลังก็พากันยิ้มตามอย่างพร้อมเพรียง
หากแต่ในห้วงเวลานั้นเอง
“ราชโองการสวรรค์มาแล้ว!”
เพียงเสียงร้องกึกก้องจากฟากฟ้าทิศไกล บังเกิดพลานุภาพไพศาลพวยพุ่งกวาดล้างแสงพุทธะแห่งสุขาวดีจนจางหาย ในสายตาทั้งหลายเห็นเพียงขบวนเกี้ยวล้อทองทอดยาวลิบตา แล่นเหินมากลางอากาศ
“หืม? ราชสำนักเต๋า?”
ฮุ้ยขู่เห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น แม้ปากไม่เอื้อนเอ่ย แต่ในใจกลับไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย เพราะก่อนออกเดินทาง พระโพธิสัตว์แห่งสุขาวดีได้เตือนล่วงหน้าไว้แล้วว่า ราชสำนักเต๋าก็จะมาร่วมชิงส่วนแบ่งเช่นกัน
ไม่นาน ก็เห็นขุนพลองครักษ์แห่งกรมตรวจการเมืองหลวงของราชสำนักเต๋ากลุ่มหนึ่งก้าวย่างมาถึงหน้าภูผา
และผู้ที่เดินนำหน้า…ก็มิใช่คนอื่นไกล
กลับเป็นผู้คุ้นเคยที่ฮุ้ยขู่เคยพบหน้ากันมาก่อนยามตามล่าสมบัติในแดนมงคลถ้ำสุริยัน เป็นขุนนางชั้นเอกของราชสำนักเต๋