ฮูหยินลู่ขอให้ฮูหยินหลู่ช่วยพูดให้นางต่อหน้าฮูหยินจวง
ฮูหยินหลู่แปลกใจมาก คิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่จบ
ตามหลักแล้ว พวกนางต่างก็อยู่ในวงเดียวกัน สำหรับคนที่เรียกว่า ‘เพื่อน’ จะไม่ไว้หน้า ก็เกินไปหน่อยแล้ว
นี่ตระกูลจวงคิดจะแตกหักกับตระกูลลู่หรือ?
นางนึกได้ว่าเมื่อวานฮูหยินลู่เคยไปหาฮูหยินติง จึงอดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “ฮูหยินติงว่าอย่างไร?”
ฮูหยินลู่เอ่ยด้วยสายตามืดมนว่า “ฮูหยินติงเคยโน้มน้าวฮูหยินจวงแล้ว แต่ฮูหยินจวงกลับปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม ข้าคิดว่านางสนิทสนมกับเจ้าที่สุด จึงอยากขอให้เจ้าช่วยออกหน้าพูดให้หน่อย ทุกคนเจอกันบ่อย พวกเราตั้งใจจะคืนดีกับใต้เท้าจวง และยินดีจัดงานเลี้ยงเลี้ยงเหล้าใต้เท้าจวงที่หอไท่หยวน”
ฮูหยินหลู่รู้สึกว่าตระกูลลู่ทำถึงขั้นนี้ก็ถือว่าค้อมตัวแล้ว
“ข้าจะหาโอกาสถามให้เจ้า” ฮูหยินหลู่เอ่ย
ฮูหยินลู่ซาบซึ้งมาก
ทั้งสองคนเข้าไปในโถงบุปผาด้วยกัน
บังเอิญเป็นช่วงที่แสดงจบองก์หนึ่งและพักพอดี
ทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงที่ดังกังวานเอ่ยอย่างเย่อหยิ่งว่า “…พี่ใหญ่ของครอบครัวท่านลุงข้าเก่งมากเลย อายุมากกว่าข้าเพียงแค่สองปี ก็เป็นจวี่เหรินแล้ว ส่วนน้องรองของข้า อ