ล้วไม่ดี หากการเก็บเกี่ยวของปีนี้ยังไม่ดีอีก เกรงว่า…” นางกลืนคำว่า ‘ประชาชนลุกฮือ’ ลงไป และเปลี่ยนเป็น “พวกครอบครัวเกษตรกรก็จะยิ่งใช้ชีวิตลำบาก”
เรื่องนี้ฮูหยินเหอเข้าใจ นางจึงเอ่ยว่า “เมื่อก่อนตอนที่พวกเราอยู่ฝูเจี้ยน จวนจิ้งไห่โหวจะพาพวกเราไปแจกข้าวต้ม”
ฮูหยินเฉียนได้ยินแล้วอยากพูดทว่าก็หยุดไว้
ฮูหยินเหอรีบเอ่ยว่า “ข้าเป็นคนตรงไปตรงมา ข้าพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดหรือเปล่า ฮูหยินบอกข้ามาได้เลย”
ฮูหยินเฉียนมองฮูหยินหวังครั้งหนึ่ง พอเห็นฮูหยินหวังสีหน้าเยือกเย็น ถึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ทางการยังไม่เปิดยุ้งฉางแจกข้าว หากพวกเราแจกข้าวต้ม จะไม่เป็นการว่าฝ่าบาทไม่มีเมตตาอย่างนั้นหรือ?”
ฮูหยินเหอตกใจมาก และรีบเอ่ยว่า “ท่านก็ถือว่าข้าไม่เคยพูดแล้วกัน”
ฮูหยินเฉียนเห็นฮูหยินเหอหน้าซีดไปหมดแล้ว และรู้ว่าฮูหยินเหอเป็นคนซื่อเช่นกัน จึงรู้สึกอยากคบหาขึ้นมาเล็กน้อย นางจึงเปลี่ยนเรื่องเอง โดยเอ่ยถึงเรื่องที่ว่ากันว่าช่วงนี้เฉียวจี้ที่ขายเครื่องดื่มเย็นตรงถนนเหนือออกแบบใหม่มาอีกแล้ว…
ฮูหยินเหอยิ้มพลางเอ่ยว่าหากมีเวลาจะต้องไปลองชิมอย่างแน่นอน
กำลังคุยกันอยู่ พวกฮูหยินซือ คุณหนูสามตระกูลซือ และฮูหยินจวงก็