่อราชวงศ์ก่อนแล้ว ก็สามารถเข้าร่วมการสอบขุนนางได้ตามปกติ ชิงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีให้สำเร็จแล้ว
ถึงเวลานี้เจียงเซี่ยนถึงจะมีความรู้สึกที่เข้าใจทันที
จั่วอี่หมิงพูดชัดเจนมากตั้งนานแล้ว
ต้องโทษที่นางไม่เข้าใจ
นางนึกถึงตอนเด็กๆ อยู่ที่วังฉือหนิง จั่วอี่หมิงถูกเฉาไทเฮากับไทฮองไทเฮาทำจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และทำได้เพียงยืนฝืนยิ้มอยู่ใต้ต้นไป่ต้นใหญ่ตรงห้องข้างตะวันตกหลังตำหนักอู่อิง แต่ตอนที่เจอนางจะบอกนางว่าจับพู่กันอย่างไรอย่างอดทนและอ่อนโยนมาก ตอนที่นางไม่ยอมฝึกคัดตัวอักษรก็จะใช้กระดาษพับเป็นนกกระเรียนให้นางเล่น
เกรงว่าจั่วอี่หมิงจะไม่มีความอดทนแบบนี้กับลูกชายของตนเองด้วยซ้ำ
นี่ก็เหมือนจะเป็นสิ่งที่จั่วอี่หมิงเคยพูดเช่นกัน
ไม่รู้ว่าผลงานของเหล่าลูกชายของเขาเป็นอย่างไรบ้าง?
หลังจากนั้นตระกูลจั่วก็ไม่มีใครเข้าร่วมการสอบขุนนางอีกเลย นางก็คิดไม่ถึงเช่นกัน
เจียงเซี่ยนแอบเสียดาย แล้วก็อุ่นใจมาก รู้สึกอบอุ่น
นางเรียกเซียงเอ๋อร์เข้ามาฝนหมึกและเขียนจดหมายให้จั่วอี่หมิงฉบับหนึ่ง โดยเล่าความลำบากของหลี่เชียนให้เขาฟังทั้งหมด
เจียงเซี่ยนคิดว่าในเมื่อจั่วอี่หมิงสามารถมองออกได้ว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว