ก็แย่งกันประจบติงหลิว จนเรื่องนี้ยิ่งโม้ก็ยิ่งไปกันใหญ่ และกลายเป็นอย่างที่ฮูหยินซือเอ่ย
ดังนั้นพอฮูหยินติงได้ยินฮูหยินซือเอ่ยถึงเรื่องนี้ นางก็แทบอยากจะหยิบเข็มมาเย็บปากของฮูหยินซือ
ทว่านางก็ไม่อาจโต้แย้งได้ แล้วก็ไม่อาจแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาได้…จึงเก็บความโกรธไว้ในใจอย่างยากลำบากแบบนี้
ฮูหยินหลี่รู้ความจริง
นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ ในใจ
ยังดีที่คุณชายรองตระกูลสยงก็เป็นคนธรรมดาที่ชอบเรียนหนังสือเหมือนกัน แต่งงานกับภรรยาที่ทำงานเย็บปักถักร้อยไม่เป็นแบบนี้ ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกเสียดาย ทว่ากลับรู้สึกปลื้มใจเป็นเท่าตัวเพราะภรรยาสามารถเรียนหนังสือและเขียนหนังสือกับเขาได้ ทั้งสองคนขับร้องบทกวีและเพลงด้วยกัน เคารพกันและกัน ไม่มีจุดที่ไม่ดีแม้แต่นิดเดียว เหมือนสามีภรรยาที่รักใคร่ปรองดองกัน ไม่อย่างนั้นได้ยินฮูหยินซือเอ่ยเช่นนี้ ก็คงจะต้องกระอักเลือดแล้ว
ฮูหยินหลี่รีบยิ้มและเปลี่ยนเรื่อง โดยเอ่ยว่า “ท่านหญิง ได้ยินท่านเอ่ยเช่นนี้ ข้ากลับอยากรู้ขึ้นมาว่า ปกติท่านเรียนอะไรบ้างหรือ? ได้ยินว่าของว่างที่ทำในวังอร่อยมาก? เป็นความจริงหรือไม่?”
เจียงเซี่ยนไม่คิดที่จะทำให้ฮูหยินติงลำบากใจ จึงเอ่ยด้วยรอยยิ