้มว่า “ตอนที่ข้าอยู่ในวังก็ไม่มีอะไรแตกต่างกับคุณหนูจากตระกูลขุนนางทั่วไปเช่นกัน ต้องเรียนอ่านและเขียนหนังสือ ต้องทำงานเย็บปักถักร้อยเป็น และยังต้องเรียนรู้งานต่างๆ สำหรับดูแลบ้าน เพียงแต่ข้าขี้เกียจจนเคยตัว ไทฮองไทเฮาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะคุมข้า ดังนั้นจึงเรียนไม่เก่งสักอย่าง ส่วนที่เอ่ยถึงของว่างที่ทำในวังนั้น อาจจะเพราะข้ากินในวังบ่อย จึงไม่ได้รู้สึกมีอะไรไม่เหมือนกัน แต่หากทุกคนสนใจ ไว้อากาศเย็นหน่อย ข้าจะให้ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ฝากของมา ทุกคนก็ลองชิมดูว่าถูกปากหรือไม่” แล้วเอ่ยถึงเรื่องที่จวนเจิ้นกั๋วกงส่งพวกเหล้าจินหวากับน้ำเชื่อมสาลี่มา “…ของมีไม่มาก ให้ทุกคนชิมรสชาติ”
ทุกคนยิ้มพลางขอบคุณ และเอ่ยถึงเรื่องแสดงงิ้ว “เห็นว่าเคยเข้าวังไปอวยพรวันเกิดไทเฮา เป็นความจริงหรือไม่?”
“เป็นความจริง!” เจียงเซี่ยนเป็นคนชอบช่วยเหลือคน จึงยิ้มพลางเล่าบรรยากาศอันคึกคักที่เฉาไทเฮาฉลองวันเกิดในตอนนั้น และเอ่ยว่า “มีคณะงิ้วมากขนาดนี้ คณะสื่อเจียถูกเลือกมาได้ หาได้ยากมาก!”
ทุกคนก้มหน้าและเริ่มพิจารณารายการงิ้ว
เจียงเซี่ยนมองแต่ละคนที่ดูแลตนเองอย่างดีมากขึ้นเรื่อยๆ ตรงหน้า ทว่าไม่ว่าอย่างไรก็ยากที่จะปิดบังใบหน