จะทำให้คนเห็นแล้วก็ร้อน กลายเป็นไม่ดี”
ป้าเหอพยักหน้าติดกันหลายครั้ง และถามเหอถงเหนียงว่า “เช่นนั้นเจ้าจะใส่อะไร?”
“ข้าใส่เสื้อกั๊กยาวผ้าโปร่งสีเขียวขจี” เหอถงเหนียงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ตงจื้อใส่สีฟ้าน้ำทะเล แบบนี้พวกเราก็ไม่ซ้ำกันแล้ว” พอเอ่ยถึงตรงนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย และเอ่ยว่า “แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นที่มาร่วมงานเลี้ยงจะใส่ชุดอะไรบ้าง? ตงจื้อส่งคนไปถามคุณหนูเกาแล้ว คุณหนูเกาบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ!”
ป้าเหอนึกถึงเกาเมี่ยวหรงที่สุภาพเรียบร้อยและสุขุมเยือกเย็น แล้วมองลูกสาวของตนเองที่ขี้ขลาดและรู้จักแต่หลบอยู่หลังนาง ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ พลางเอ่ยว่า “คุณหนูเกาแต่งตัวเป็นมาโดยตลอด แทนที่เจ้าจะเป็นห่วงนาง สู้เป็นห่วงตนเองดีกว่า”
เหอถงเหนียงเม้มปากยิ้ม ท่าทางสงบนิ่งเหมือนดอกมะลิที่บานอย่างเงียบเชียบ
ป้าเหออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจอีกครั้ง
ช่างเถอะ ช่างเถอะ!
ทุกคนต่างก็จะมีเส้นทางชีวิตของตนเอง บางทีนี่อาจจะเป็นชีวิตของถงเหนียงของพวกนางก็ได้
ก็บังคับไม่ได้เช่นกัน!