องที่นางไม่รู้”
ที่สำคัญที่สุดคือ แม่นมเหมียวไม่เพียงแต่มีจิตใจซื่อสัตย์ ทว่ายังมีความสามารถด้วย
หลี่ฉางชิงก็คิดว่าความคิดนี้ดีเช่นกัน จึงเอ่ยว่า “เรื่องพวกนี้เจ้าก็อย่ามาปรึกษาข้าเลย พวกเจ้าดูและตัดสินใจเองแล้วกัน” แล้วเอ่ยถึงร่องรอยของเซ่ารุ่ยกับหลี่เชียน “…ตามท่านกั๋วกงน้อยไปแล้ว เขามีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับท่านกั๋วกงน้อยหรือเปล่า? ข้าเห็นเขาแลดูร้อนใจมาก”
หลี่เชียนไม่คิดที่จะบอกหลี่ฉางชิงเรื่องที่เขาร่วมมือกันค้าของเถื่อนกับจินเซียว
เขาแอบคิดว่าบิดาของเขาจะต้องเชื่อฟังฝูอวี้อย่างแน่นอน และไม่ว่าฝูอวี้จะเห็นด้วยหรือคัดค้าน เขาก็ไม่อยากฟังเกาฝูอวี้บ่นและตำหนิอีกแล้วทั้งนั้น
หลี่เชียนแสร้งทำเป็นไม่รู้ และเอ่ยว่า “บางทีอาจจะมีเรื่องด่วนจริงๆ ก็ได้? หลายวันก่อนเขายังให้ข้าช่วยแนะนำเขาให้ท่านกั๋วกงน้อยด้วย แต่ข้าไม่รับปาก”
หลี่ฉางชิงแปลกใจเล็กน้อย ทว่าก็คิดว่าความเกรงกลัวของลูกชายก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผลอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน
ตระกูลหลี่มีรากฐานเพียงเท่านี้ ก็ไม่ได้มีความสามารถที่จะเข้าไปแทรกแซงทุกเรื่อง
———————————–