้า”
น้ำเสียงจริงใจมาก
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางขานว่า “เจ้าค่ะ”
หลี่ตงจื้อกับเกาเมี่ยวหรงเดินเข้ามาโดยมีสาวใช้กับแม่บ้านล้อมอย่างแน่นหนา
ทุกคนอดที่จะอึ้งไปไม่ได้
เกาเมี่ยวหรงเอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วว่า “ตงจื้อบอกว่าทำการบ้านที่สั่งให้นางเมื่อหลายวันก่อนเสร็จแล้ว ข้าจึงคิดว่าจะให้นางเขียนตามแบบคัดลายมืออีกสักสองสามแผ่น ใครจะรู้ว่านานไปหน่อย ถึงเวลารับประทานอาหารเที่ยงแล้ว ตงจื้อให้ข้าอยู่รับประทานอาหารเที่ยงที่เรือนของนาง พวกเราเพิ่งจะนั่งลง ฮูหยินก็เรียกตงจื้อมา ตงจื้อกลัวว่าข้าจะคิดมาก จะให้ข้าตามมาด้วยให้ได้ ข้าจึงตามมา…”
ฮูหยินเหอรีบเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เดิมทีก็เป็นงานเลี้ยงของสมาชิกในครอบครัวอยู่แล้ว เจ้าอยู่ที่บ้านของพวกเรามานานขนาดนี้ ก็เหมือนคนในครอบครัวตั้งนานแล้ว หากไม่ใช่ว่าหลายวันนี้ท่านหญิงเพิ่งมาถึง ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่ชิน ก็ให้คนไปเรียกเจ้าตั้งนานแล้ว” และเอ่ยอีกว่า “พอดีเลยวันนี้คนครัวทำไก่ต้ม ของที่เจ้าชอบที่สุด เจ้าก็อยู่รับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันเถอะ!”
เกาเมี่ยวหรงได้ยินแล้วก็ยิ้มและย่อตัวคารวะท่านหญิง แล้วเอ่ยว่า “ท่านหญิง ทำให้ท่านหัวเราะแล้ว วันนี้ข้ามากินข้าวฟรี!”