ั่งบนตักของเขา
เจียงเซี่ยนเคยลิ้มลองความดื้อรั้นของหลี่เชียนในเรื่องนี้มานานแล้ว รู้ว่านางต่อต้านไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี จึงไม่สู้กับเขาแล้วเช่นกัน นางปล่อยเขาไป และมองทิวทัศน์โดยรอบอย่างใจจดใจจ่อ
หลี่เชียนกอดเจียงเซี่ยนที่นุ่มนิ่ม และรู้สึกว่าหัวใจกลายเป็นน้ำหมดแล้ว
เขาถามนางเสียงเบา “เห็นอะไรที่น่าสนใจหรือยัง?”
ลมหายใจอันอบอุ่นวนเวียนอยู่ข้างหูนาง ทำให้นางใจสั่น เสียงก็กลายเป็นเริ่มไม่ค่อยมั่นคงเช่นกัน “ไม่…ไม่เห็นอะไรที่น่าสนใจ…แค่มองไปทั่วทุกที่!”
หลี่เชียนมองออกไปข้างนอกตามสายตาของนาง
เห็นซุ้มประตูพอดี
เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ผ่านทางนี้ไปจะมีสี่แยก ไปทางใต้ก็เป็นถนนใต้แล้ว”
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงไปหมด
ความรู้สึกแบบนี้ทั้งไม่คุ้นเคยแล้วก็ทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัวและไม่สบายใจ
นางไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไรไป
แต่กลับแอบรู้สึกว่าแบบนี้ไม่ดี
นางอยากควบคุมร่างกายของตนเองใหม่
เจียงเซี่ยนพยายามมองข้ามความผิดปกติของร่างกาย และวางความสนใจไปที่การโต้ตอบกับหลี่เชียน “เช่นนั้นพวกเราอยู่ไกลจากบ้านแค่ไหน? พวกเราอยู่ถนนตะวันตก จากที่นั่นมาที่นี่น่าจะไกลมากใช่หรือไม่!”
“ไท่หยวนก็ใหญ่แค่เท่าฝ่ามือเช่นกัน ต่อให้ไกลแค่ไหน จะไกลไปได้ถึงไหน?” หลี่เชียนเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย และบีบมือของนางเบาๆ เหมือนมือของนางเป็นของเล่นที่สนุกมาก “หากเจ้าอยากออกไปข้างนอก ออกมาทางประตูเอวของเรือนตะวันต