อกมะลิแถวหนึ่ง ติดดอกทับทิมทองคำบริสุทธิ์ฝังทับทิม และไปห้องพักผ่อนที่วางอาหารเช้าอย่างสะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลา
แสงแดดยามรุ่งอรุณในเดือนห้าสาดลงบนลูกกรงหน้าต่างที่ติดผ้าไหมสีขาว ส่องจนเจียงเซี่ยนที่ท่าทางงดงามเหมือนต้นหยางกับต้นหลิวในเดือนสาม ผอมเพรียวและบอบบางทว่าก็สดใสและน่ารัก
ดวงตาของหลี่เชียนต่างเป็นประกายขึ้นมา
มองนางค่อยๆ เดินมาทีละก้าว มุมปากปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ
“รีบนั่งลงกินอาหารเช้าเถอะ” หลี่เชียนเอ่ยเสียงนุ่มว่า “พวกเรายังมีเวลาอีกครึ่งชั่วยาม”
เจียงเซี่ยนชิมเต้าหู้ก้อนที่หลี่เชียนแนะนำ รู้สึกว่ารสชาติไม่เลวทีเดียว เพียงแต่ซาลาเปาน้ำแกงนั้นมันไปหน่อย
หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นครั้งหน้าพวกเราทำกันเอง ทำไส้ผัก”
เจียงเซี่ยนนึกถึงซาลาเปาที่ในวังทำให้ไทฮองไทเฮา และเอ่ยว่า “ทำเป็นมังสวิรัติทั้งหมดได้หรือไม่ ห่อพวกผัก วุ้นเส้น แผ่นเต้าหู้ก็อร่อยมากเหมือนกัน แถมยังชุ่มคอด้วย อย่างอากาศแบบนี้ ใช้สำหรับเป็นอาหารเช้าดีที่สุดแล้ว”
“อื้ม!” หลี่เชียนเห็นนางกินอย่างมีความสุข ก็อยากจะลูบศีรษะของนาง เสียดายที่มือนึ่งถือตะเกียบอยู่ อีกมือก็เคยยกถ้วยแล้ว จึงไม่ค่อยสะอาดนัก “เจ้าก็บอกคนครัว ฝีมือของพวกเขาไม่เลวทีเดียว เพียงแต่ประสบการณ์น้อยไปหน่อย”
เจียงเซี่ยนพยักหน้าพลางยิ้มตาหยี และเอ่ยว่า “เมื่อก่อนตอนที่ข้าท่องบันทึกลำดับการสืบเชื้อสายประจำตระกูล